“ราเมศ รัตนะเชวง” ลดรับงานกฎหมายพรรค เข้าซุ้ม “เฉลิมชัย” แจกงานคดีค้างให้คนอื่นรับดูแทน ปัดลาออกโฆษกพรรค ปชป. ยืนยันไม่ขัดแย้ง “จุรินทร์” ย้ำไม่ย้ายพรรค เพราะประชาธิปัตย์คือชีวิต

วันที่ 26 ก.พ. 2565 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีกระแสข่าวจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์คือชีวิต ที่ผ่านมาตนลงพื้นที่เขต 2 จ.พังงา คือ อ.ตะกัวป่า ท้ายเหมือง คุระบุรี และ อ.กะปง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น โดยพรรคยังไม่มีผู้สมัครในเขต 2 จึงขออาสาทำงานให้ประชาชนในบ้านเกิดตามข้อบังคับพรรค เพราะเป็นสมาชิกพรรคมีสิทธิอันชอบธรรมขอใช้สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคตามข้อ 17 ของข้อพรรค ที่ระบุว่า สมาชิกพรรคมีสิทธิขอเสนอตัวลงเลือกตั้งในนามพรรค ในการเลือกตั้งที่ราษฎรจะเป็นผู้เลือกทั้งหมด พร้อมทั้งได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงต่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ในฐานะรองหัวหน้าพรรครับผิดชอบภาคใต้ ในการเสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จ.พังงา ต่อไป

“เมื่อลงพื้นที่พบว่าชาวบ้านมีปัญหาจำนวนมาก ปัญหาใหญ่สุดคือการประกาศที่ดินรัฐทับซ้อนที่ดินชาวบ้าน มีปัญหาการพิสูจน์สิทธิ์ การขีดเขตป่าให้เป็นผืนป่าของรัฐโดยรุกที่ดินของชาวบ้าน ตนคลุกคลีในพื้นที่มาตลอด ในระหว่างลงพื้นที่มีการปล่อยข่าวต่างๆ ว่ามีการกำหนดตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พังงา แล้ว ซ้ำยังมีการยกเรื่องฐานะความเป็นอยู่เรื่องส่วนตัวของผมว่า ไม่มีฐานะร่ำรวย ไม่มีเงินมาสู้ เป็นแค่ลูกชาวบ้าน เรื่องฐานะและลูกชาวบ้านเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ผมจะไม่พูดว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ แต่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ลูกชาวบ้านก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานให้พี่น้องประชาชน และถ้าเกิดเป็นลูกชาวบ้านแล้วสิ้นหวัง แล้วจะให้ชาวบ้านหวังอะไรได้ต่อจากนี้” นายราเมศ กล่าว

...

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เมื่อตนเองแจ้งความประสงค์จะลงทำพื้นที่ จึงจำเป็นต้องขอลดบทบาทเรื่องกฎหมายในส่วนกลางของพรรคลง ทุกอย่างที่ตนเองรับผิดชอบอยู่มีจำนวนมาก ทั้งคดีของพรรค และคดีส่วนตัวของแต่ละคน ทั้งที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ได้ส่งต่อทั้งหมดให้ผู้มีอำนาจหน้าที่เรียบร้อยแล้ว แต่งานกฎหมายของพรรคเรื่องใดที่พอช่วยได้ก็พร้อมรับคำสั่งจากนายเฉลิมชัยเท่านั้น ขอให้แจ้งมา พร้อมที่จะทำงานตามบัญชา

เมื่อถามว่า จะลาออกจากตำแหน่งโฆษกพรรคด้วยหรือไม่ นายราเมศ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตำแหน่งนี้ ที่ประชุมใหญ่ของพรรคเลือกตนเองมา เมื่อถามต่อว่า เหตุใดจึงฟังคำสั่งเฉพาะนายเฉลิมชัย แต่ไม่รับคำสั่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ กล่าวว่า การดำเนินงานภายในของพรรค เลขาธิการพรรคเป็นผู้บริหารจัดการเรื่องนี้ ถามย้ำว่า ไม่ได้เกิดความขุ่นเคืองใจกับหัวหน้าพรรค เนื่องจากจะมีการสนับสนุนบุคคลอื่นลงสมัครในเขตดังกล่าวแทนใช่หรือไม่ นายราเมศ กล่าวว่า ตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญทุกคนมีสิทธิ ถ้าเป็นสมาชิกพรรคต้องแข่งขันกันตามกระบวนการ และความเป็นธรรม ส่วนนายจุรินทร์เป็นนักการเมืองคนแรกที่ตนเองรู้จัก และวิ่งตามในสมัยที่หาเสียงในเขต 2 จ.พังงา ไม่มีเหตุอันใดที่จะไปขัดข้องหมองใจกับหัวหน้าพรรค ตนเองยังมีความเคารพในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค ไม่มีเหตุอะไรต้องน้อยใจ อยู่พรรคมา 10 กว่าปี ผ่านอะไรมามากพอสมควร

ส่วนเรื่องการเคาะตัวผู้สมัครเขตเชื่อมั่นในกระบวนการของพรรค และเชื่อมั่นว่าถ้ามีการทำโพล โพลนั้นจะให้โอกาสตน ให้ความเป็นธรรมกับตน ซึ่งเป็นหลักการปกติถ้ากระบวนการต่างๆ ตรงไปตรงมามีความเป็นธรรม และพร้อมยอมรับถ้ากระบวนการถูกต้องชอบธรรม ซึ่งตนเองเชื่อว่าจะตรงไปตรงมา เพราะพรรคเป็นสถาบันการเมือง ซึ่งหลักการทำโพลมีอยู่ว่าต้องถามทั้งสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไป เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำภาคใต้พรรคสร้างอนาคตไทยบ้างหรือไม่ นายราเมศ กล่าวว่า คุยกันปกติ เพราะนายนิพิฏฐ์เป็นคนที่ตนให้ความเคารพที่สุดมากอีกหนึ่งคน แต่ไม่ได้มีการชักชวนให้ไปอยู่ด้วย และหากมีการชักชวนตนเองก็จะบอกคำตอบเดิมว่า พรรคประชาธิปัตย์คือชีวิต