ที่ประชุมร่วมรัฐสภา รับหลักการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับ "ครม.-วิเชียร-อนันต์" ตีตกร่างของพรรคฝ่ายค้าน "ทวี-ชลน่าน-พิธา" ขอแปรญัตติ 15 วัน ใช้ร่างของ "วิเชียร" เป็นหลัก

วันที่ 25 ก.พ. 2565 เมื่อเวลา 17.37 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง 6 ฉบับ ที่ทาง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ, พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ, นายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และ นายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ หลังจากมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ถึงเรื่องการทำไพรมารีโหวต การเก็บเงินค่าสมาชิก เสร็จสิ้นแล้ว

นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาไทย และประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุมในขณะนั้น ได้ขอให้เจ้าของร่างเป็นผู้สรุปร่างของตนเอง แต่คณะรัฐมนตรีไม่ขอกล่าวสรุป

ทำให้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวสรุปร่างของตนเองต่อสภา ว่า คนที่จะเข้ามาในสภา ต้องมาจากพรรคการเมือง และระบบไพรมารีโหวต พันตำรวจเอกทวี อ้างว่า นายกฯ ยังไม่เห็นด้วยและไม่ได้ทำ พร้อมชี้ถึง ม.45 ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ต้องตรวจสอบได้ ให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมแบบกว้างขวาง จึงเป็นเหตุผลที่พรรคขอยกเลิก ม. 28 และ 29 ที่เหมือนไปยับยั้งการเป็นอิสระ เนื่องจากมาตรการการครอบงำพรรคการเมืองนั้น มีกำหนดไว้แล้ว ใน ม.14 และยืนยันว่าทางพรรคไม่ได้ยกเลิก ม.47, 48, 49 และ 50-56 โดยเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภา จะกลั่นกรองกฎหมายออกมาเพื่อประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง

ต่อมา นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวสรุปร่างของตนเอง ว่า ข้อกังวลเรื่องหลักการของพรรค ว่าหากรับไปแล้วอาจขัดรัฐธรรมนูญนั้น คือเรื่องสิ้นสภาพของพรรคการเมือง หรือเลิกพรรคการเมือง รวมถึงจูงใจพรรคการเมือง การตั้งพรรคการเมืองนอกราชอาณาจักร ทางพรรคเพื่อไทย ได้เพิ่มความชัด เรื่องการพิสูจน์ให้ได้ว่าพรรคการเมืองไม่สามารถดำเนินกิจการพรรคการเมืองต่อไปได้ เพื่อป้องกันการยุบพรรคตัวเองไปสังกัดพรรคอื่น และมั่นใจว่าไม่ไปขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และยกเลิกในสิ่งที่รัฐธรรมนูญต้องการว่าอย่างน้อยต้องมี ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวต เห็นว่ามีปัญหามาก มีข้อจำกัด จึงแก้ไขให้พรรคการเมืองใดที่ไม่มีสาขาพรรคการเมือง ให้มีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดได้ โดยมีข้อกำหนดคือต้องมีสมาชิกเกิน 250 คน นอกจากนี้ ทางพรรคได้ขอแก้ไข ม.28 และ 29 ยืนยันไม่ได้ยกเลิก และหากจะยุบพรรคคือต้องพิสูจน์ได้ให้ว่ามีการเชิญบุคคลภายนอกมานั่งในกรรมการพรรคสามารถยุบพรรคได้ จึงแก้ไขให้มีความชัดเจน แต่ก็ต้องไม่ให้พรรคการเมืองขาดอิสระ โดยยืนยันว่าร่างของพรรคไม่มีการสอดไส้ พร้อมขอให้สมาชิกรับทั้ง 6 ร่าง ส่วนอันไหนจะปรับ เพื่อไทยยินดี เพราะพรรคเขียนไว้กว้างมาก สามารถมาช่วยกันปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการได้

ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสรุปร่างของ นายวิเชียร ชวลิต ที่เป็นผู้เสนอ ว่า เชื่อว่าพรรคการเมืองคาดหวัง 3 เรื่องในการแก้ไข คือ การรวมกลุ่ม ตั้งพรรคการเมืองได้ง่าย ไม่มีมีข้อจำกัด มีการตัดสินในทุกระดับ และพรรคการเมืองนั้นต้องเป็นสถาบันทางการเมือง โดยทางคณะได้แก้ไข ม.86 เรื่องการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และแก้ไข ม.91 การคำนวนสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และระบุว่าการเสนอร่างมาทั้ง 6 ร่าง เพื่อให้มีการแก้ไข โดยเฉพาะการสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือการทำไพรมารีโหวต ให้ตัวตัวแทนสาขาพรรคสรรหา โดยทำกระบวนการให้สั้นลง หากจะแบ่งร่างที่เสนอเข้ามาสู่สภาทั้ง 6 ร่าง สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ร่างที่เฉพาะเจาะจง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างหลักการแบบกว้าง แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ไขต้องเริ่มจากประชาชน และพวกเราต้องทำกฎกติกาด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมเพื่อนำไปใช้ต่อ

ด้าน นายณัฐวุฒิ บัวปทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวสรุปร่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ได้ย้ำว่า ทางพรรคเคารพรับธรรมนูญปี 60 แม้ไม่เห็นด้วยกับที่มาและที่ไป พร้อมกล่าวว่าหากมีการยุบพรรคไปเรื่อยๆ ความเป็นสถาบันทางการเมืองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยที่ผ่านมามีพรรคการเมืองถูกยุบไปแล้ว กว่า 110 พรรค พร้อมขอเสนอปรับแก้จากรายได้เป็นรายรับ ที่ได้ระดมมาจากประชาชน เพื่อนำไปพัฒนาพรรคการเมือง โดยก้าวไกลยกร่างมาทั้งหมด 46 มาตรา ทั้งเรื่องเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิก และการทำไพรมารีโหวต ให้เป็นเรื่องภายในของพรรคการเมือง วันนี้โลกไปไกล เหตุใดไม่ใช่พรรคการเมืองเป็นตัวแทนประชาชนเข้ามาพูดในสภา การแก้ไขร่างดังกล่าว ไม่ใช่การแก้เพื่อตอบโจทย์ของพรรค แต่เป็นการแก้ไขในเจตจำนงของประชาชน ในการรวมตัวกันผ่านตัวแทนในรูปแบบพรรคการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจ จึงขอให้รับหลักการของพรรคก้าวไกล และร่างอื่นๆ

จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวอภิปรายว่า ทั้ง 6 ร่าง มีหลักการที่คล้ายคลึงกัน พรรคฝ่ายค้านจึงมีมติให้ลงมติรวมกัน แต่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เห็นต่างขอให้ลงมติแยกกัน

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมในขณะนั้น ได้ขอมติในที่ประชุม ว่าจะลงมติรวมกัน หรือลงมติแยกกัน หรือไม่ โดยมีผู้ลงมติ 619 คน เห็นด้วย 190 เสียง ไม่เห็นด้วย 423 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ที่ประชุมจึงมีมติไม่เห็นด้วยในการลงมติแบบรวม ดังนี้

การลงมติรับหลักการร่างของ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับแรก

มีผู้ลงมติจำนวน 622+1 คน
เห็นด้วย 597+1 เสียง
ไม่เห็นด้วย 11 เสียง
งดออกเสียง 14 เสียง
ไม่ลงคะแนน 0 เสียง

ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของคณะรัฐมนตรี

การลงมติรับหลักการร่างของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 2

มีผู้ลงมติจำนวน 618+1 คน
เห็นด้วย 206+1 เสียง
ไม่เห็นด้วย 375 เสียง
งดออกเสียง 37 เสียง
ไม่ลงคะแนน 0 เสียง

ทำให้ที่ประชุมไม่รับหลักการของพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ

การลงมติรับหลักการร่างของ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 3

มีผู้ลงมติจำนวน 622+1 คน
เห็นด้วย 220+1 เสียง
ไม่เห็นด้วย 371 เสียง
งดออกเสียง 30 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ทำให้ที่ประชุมไม่รับหลักการของ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ

การลงมติรับหลักการร่างของ นายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 4

มีผู้ลงมติจำนวน 622+1 คน
เห็นด้วย 577+1 เสียง
ไม่เห็นด้วย 19 เสียง
งดออกเสียง 26 เสียง
ไม่ลงคะแนน 0 เสียง

ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของ นายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ

การลงมติรับหลักการร่างของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 5

มีผู้ลงมติจำนวน 619+1 คน
เห็นด้วย 204 เสียง
ไม่เห็นด้วย 380+1 เสียง
งดออกเสียง 34 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ทำให้ที่ประชุมไม่รับหลักการของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ

การลงมติรับหลักการร่างของ นายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 6

มีผู้ลงมติจำนวน 620+1 คน
เห็นด้วย 407+1 เสียง
ไม่เห็นด้วย 184 เสียง
งดออกเสียง 28 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของ นายอนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุม จึงได้กล่าวสรุปว่าที่ประชุมรับหลักการ 3 ร่าง และไม่รับหลักการ 3 ร่าง

โดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้กล่าวเสนอขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างดังกล่าว ใช้ชุดเดียวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับเมื่อวานนี้ แต่ ครม. ขอเปลี่ยนรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ทั้ง 2 ฉบับ จาก นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เป็น นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่

จากนั้น นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้เสนอขอเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งมีผู้เห็นชอบทั้ง 2 เรื่อง พร้อมเสนอ ให้ใช้ร่างของนายวิเชียร ชวลิต เป็นร่างหลัก แต่นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกวุฒิสภา ขอเสนอให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรี เป็นร่างหลักในการพิจารณาวาระที่ 2

ประธานในที่ประชุม จึงขอให้สมาชิกลงมติว่าจะใช้ร่างนายวิเชียร ชวลิต เป็นหลัก ให้กดปุ่มเห็นด้วย หรือจะใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก ให้กดปุ่มไม่เห็นด้วย โดยมีผู้ลงมติ 457+3 คน เห็นด้วย 306 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ที่ประชุมจึงมีมติใช้ร่างของนายวิเชียร เป็นหลัก

จากนั้น นายชวน ให้สมาชิกยืนขึ้นและให้เจ้าหน้าที่อ่านพระบรมราชโองการ ปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. 2565 ในวันที่ 1 มี.ค. 2565 และกล่าวปิดประชุมในเวลา 19.53 น.