- จุดมุ่งหมายหลักดูแลผู้ชุมนุม ส่องกระเป๋าใบเก่งมีอะไร
- เคยผ่านความเจ็บปวด ห่วงคนรุ่นใหม่ขาดประสบการณ์
- ส่งข้อความฝากถึงผู้ชุมนุมและรัฐบาล “บิ๊กตู่”
การชุมนุมในวันนี้ (25 พ.ย. 2563) กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ภายหลังคณะราษฎรประกาศปักหมุดจุดหมายที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยมีการนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเวลา 15.00 น. ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังจุดหมายปลายทางดังที่ประกาศไว้ กระทั่งเมื่อเวลา 22.30 น. ทางกลุ่มได้ประกาศเปลี่ยนจุดมุ่งหมายไปที่สำนักงานใหญ่ SCB ในเวลา 15.00 น. แทน พร้อมให้เหตุผลว่าลดการปะทะกับม็อบที่เห็นต่าง
ก่อนจะถึงเวลานั้น ขอชวนมาพูดคุยกับ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งในหลายต่อหลายครั้งของการชุมนุมเราจะได้เห็นหน้า หมอทศพร ไปอยู่ในการชุมนุมเสมอๆ ทุกครั้งเขาไปทำอะไร และมีจุดประสงค์อย่างไร มาติดตามไปพร้อมกัน
ทุกครั้งที่ไปม็อบ ไปในฐานะแพทย์
หมอทศพร บอกว่า จุดมุ่งหมายหลักคือไปดูแลผู้ชุมนุม ในเรื่องของสุขภาพ ความเจ็บป่วย เรื่องของอันตรายที่จะมาจากการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ แต่เรื่องการเมืองจะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะน้องๆ แกนนำเขาทำกันอยู่แล้ว จะไม่เข้าไปก้าวก่ายตรงนี้ อีกทั้งตนเองมีสถานะที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอยู่ ถ้าเข้าไปจะกลายเป็นว่าน้องๆ จะถูกตำหนิถูกติว่ามีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหนุนหลัง เพียงแต่ไปดูแลเรื่องความปลอดภัยของที่ชุมนุมอันนี้เป็นจุดหลัก และย้ำว่าไปในฐานะ “แพทย์” ไปร่วมสังเกตการณ์และช่วยเหลือ เวลามีม็อบก็จะเข้าไปช่วยตลอด ไปดูแลไม่ว่าโดยตรงโดยอ้อม ไปตั้งแต่สมัยก่อนการเลือกตั้งด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ก็จะอยู่จนจบการชุมนุม
...
แนะนำผู้ชุมนุม-สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
ส่วนใหญ่นอกจากการทักทาย คือการให้ความรู้ผู้ชุมนุมในเรื่องว่า ถ้าสมมติถ้ามีอะไรวุ่นวายเกิดขึ้น จะต้องเคลื่อนไหวช้าๆ อย่าวิ่งเด็ดขาด เพราะถ้าเกิดล้มลงแล้วจะเกิดการเหยียบกัน หรือถ้าโดนแก๊สน้ำตาจะทำอย่างไร ส่วนเรื่องสุขภาพ เช่น ให้นั่งเว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากาก หมั่นใช้เจล หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือ จะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป อีกอย่างคือพยายามทำให้ทุกคนไม่เครียด บางทีการมาชุมนุมฟังการปราศรัยเรื่องการเมืองหรือเรื่องต่างๆ บางทีก็เครียด ก็จะพยายามให้ในที่ชุมนุมมีการผ่อนคลาย อาจจะเป็นกลุ่มอยู่ไกลเวทีออกไปไม่ได้ยินเสียงปราศรัย เช่น วาดรูปให้เป็นของขวัญวันเกิดผู้ที่มาร่วมชุมนุม แล้วกลุ่มตรงนั้นก็จะร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กัน หรือมีใครมาด้วยกันเป็นคู่กำลังจะแต่งงานกัน ผู้ชุมนุมก็จะร่วมแสดงความยินดี ในทำนองนี้ ก็เป็นการผ่อนคลาย จะพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นลักษณะที่สงบ ไม่ให้มีการต้องใช้กำลังลุย หรือฝ่าเข้าไป และบอกให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ระมัดระวังไม่ให้มีใครเข้ามาแทรก มาทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
มีความกังวลใจ ห่วงใยคนรุ่นใหม่
“ก็ห่วงเขานะ เพราะเขามีความคิดเห็นที่บริสุทธิ์ เชื่อว่าเขาเก่ง มีมันสมอง แต่ที่นี้สิ่งที่เขาขาดก็คือขาดประสบการณ์ มันไม่เหมือนผมหรือว่ารุ่นผม ที่เคยผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลา 16, 6 ตุลา 19, พฤษภา 35 พวกเราผ่านความเจ็บปวด เห็นบทเรียนเห็นอะไรมาเยอะ สิ่งเหล่านี้พวกเรารู้ว่าควรจะทำอย่างไร ควรจะไปอย่างไร แต่ว่าน้องๆ เขายังไม่เห็น”
เทียบ 2 เหตุการณ์สลายชุมนุม
การสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน (16 ต.ค. 2563) มีการบาดเจ็บน้อยมาก แก๊สน้ำตาก็ค่อนข้างเบาบาง ไม่พบบาดแผลจากการพุพองตามร่างกายอะไร แทบจะไม่พบคนป่วย แต่เหตุการณ์ที่หน้ารัฐสภา (17 พ.ย. 2563) แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่ถูกยิงจากกระสุนปืน ซึ่งรายที่สาหัสที่สุดคือถูกยิงที่ขาจนกระดูกหักต้องผ่าตัดเอากระสุนออก และดามเหล็กไว้, กลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจจากสารเคมีและแก๊สน้ำตา มีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหนื่อยหอบ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่หาย และอีกกลุ่มคือที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีและแก๊สน้ำตา มีอาการแพ้สารเคมีอย่างรุนแรง ผิวหนังพุพอง บวมแดง เป็นแผลไหม้ตามร่างกาย ก็เจอหลายสิบคน เหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้งแตกต่างกันมาก
“ผมเดินเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง เข้าไปช่วยคนจนตัวเองน้ำตาไหล พอทนไม่ไหวก็ออกมาล้างหน้าล้างตาแล้วก็กลับเข้าไปใหม่ ก็เป็นแบบนี้ทุกรอบ เพราะแก๊สน้ำตารุนแรงมากๆ”
ม็อบ 25 พฤศจิกา ไปแน่พร้อมทีมแพทย์
ในส่วนของการชุมนุมในวันนี้ ก็คงไปดูแลเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพเช่นเดิม เพราะเวลาไปไม่ได้ไปคนเดียว จะมีทีมไปด้วย เช่น ทีมที่ใกล้ชิดที่สุดคือ ทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มีทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ที่มาจากทั้งคณะแพทย์และคณะอื่นๆ เขาก็รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องเข้าไปดูแล ไปให้ความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นทุกการชุมนุมหากมีอะไรเกิดขึ้น พวกเราเหมือนเป็นอาสาสมัครที่จะต้องเข้าไปช่วยดูแลกันอยู่แล้ว
ส่องกระเป๋าใบเก่งมีอะไร
หมอทศพร บอกเล่าสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าว่า มีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทางการแพทย์ เช่น ไฟฉาย น้ำเกลือสำหรับเอาไว้ล้างตา ยาหยอดตา และยาที่จำเป็นอีกจำนวนหนึ่ง เพราะปกติจะมีทีมที่ไปด้วยกัน ก็จะมีกระเป๋ายาแบบเต็มที่
ส่วนเรื่องที่ถูกดำเนินคดีนั้น ขณะนี้อยู่ในชั้นศาล 2 คดี และปัจจุบันโดนหมายเรียกอีก 1 คดี เป็นของ สน.พญาไท เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาสัปดาห์หน้า ซึ่งยังไม่รู้ว่าข้อหาอะไร แต่คงจะเป็นเหตุการณ์แถวๆ นั้น
มองอย่างไร มติรัฐสภาคว่ำร่างประชาชน
การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพประชาชน แต่ก็ยังดีที่ผ่านมา 2 ร่าง พอจะกล้อมแกล้มที่จะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ (ส.ส.ร.) แต่เราก็ต้องดูอีกว่า ถ้า ส.ส.ร. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า ส.ว. หรือพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้เคารพประชาชน การที่พยายามฝืนจะมีการแต่งตั้ง ส.ว. มาอีก ไม่ว่าจะมาบุคคลพวกไหนก็ตามอีก 50 คน โดยให้ประชาชนเลือกตั้งมาแค่ 150 คน ประชาชนก็คงจะไม่ยอมรับตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็ควรจะรู้ตัวเองได้แล้ว ทั้ง ส.ว.-ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้ายังเคารพประชาชนก็โปรดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ตรงตามความต้องการของประชาชน ถึงแม้จะไม่ได้ตรงทั้งหมดตามร่างของไอลอว์ที่ตกไป แต่ข้อที่ยังเหลือใน 2 ร่าง ก็ขอให้ฟังประชาชนด้วย
อยากฝากอะไรถึงผู้ชุมนุม และรัฐบาล
ถึงผู้ที่ชุมนุม ทุกท่านเดินทางถูกทางแล้ว คือต่อสู้ด้วยความสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ อยากให้ยืนแนวทางนี้ต่อไป เพราะความรุนแรงไม่สามารถจบด้วยความรุนแรง ส่วนฝ่ายรัฐบาล ถึงวันนี้ส่วนตัวเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ตัวแล้วว่าคือตัวปัญหา แต่ก็ยังไม่ยอมออกจากตำแหน่ง คงจะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปพูดอีกแล้ว แต่อยากจะฝากบอกไปยังพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ถ้า 2 พรรคนี้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็อยู่ไม่ได้ และฝากไปยังวุฒสมาชิกว่า เมื่อทั้ง 2 พรรคนี้ถอนตัวไปแล้ว ก็ปล่อยให้ ส.ส.ทั้งหลายที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เลือกรัฐบาลใหม่ โดยที่ ส.ว. ก็อยู่เฉยๆ ไม่ต้องออกเสียง หรือยุ่งกับการเลือกนายกรัฐมนตรี เลือกรัฐบาลที่จะบริหารประเทศต่อไปในกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นตำแหน่งไปแล้ว
สำหรับการชุมนุมในวันนี้ของกลุ่มราษฎรที่ประกาศเปลี่ยนจุดหมายใหม่กลางดึกที่ผ่านมา จะเป็นอย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมมักยืนยันว่าจะจัดการชุมนุมอย่างสงบและสันติ ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ออกแถลงการณ์ออกมาแล้วว่าพร้อมจะใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรากับผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ทางฟากฝั่งตำรวจก็ออกมาแถลงพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย และจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วดูแล พร้อมขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ถ้าอยู่ในกฎหมายจะไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน ...
ผู้เขียน : กิณรีสีอังกาบ
กราฟิก : Supassara Taiyansuwan