สภาฯ ได้ฤกษ์ถกญัตติตั้ง กมธ.ศึกษากัญชา-กัญชง-กระท่อม เชื่ออาจกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ลดนักโทษในเรือนจำกว่า 5 พันคน ด้าน "สมศักดิ์" ยันเตรียมปลดล็อกหลังเสนอกฎหมายให้ ครม.ถอนกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เตรียมทำเอ็มโอยู สธ. 27 ธ.ค.นี้ 

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในการประชุม ทั้งนี้ ในวาระพิจารณากลุ่มญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การใช้ และแก้ปัญหา รวมถึงตรวจสอบผลกระทบการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบ รวม 6 ญัตตินั้น นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่จะปลดล็อกเพื่อใช้ประโยชน์จากกัญชา ซึ่งทั่วโลกที่ทำธุรกิจกัญชามีผลสำรวจเมื่อปี 2017 พบว่า ทำมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านบาทต่อปี ตนเชื่อว่าหากการปลดล็อกกัญชาเกิดขึ้น อาจทำให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ซึ่งหากมีการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องให้ความรู้กับเกษตรกรด้วย อย่างไรก็ตาม ตนสนับสนุนให้รัฐออกแบบและกลไกควบคุมกัญชา โดยพิจารณาโมเดลของต่างประเทศ และขอให้พิจารณาปลดล็อกกัญชาเพื่อประชาชนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนายทุนเท่านั้น 

นายเท่าพิภพ กล่าวอีกว่า การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งกัญชาและกัญชง ซึ่งรัฐบาลเตรียมผลักดันนั้น ตนยังสงสัยว่าจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ และหากจะมีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เช่น สูบ เหมือนที่ต่างประเทศดำเนินการนั้น ต้องพิจารณาโมเดลที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย อาทิ การสกัดเพื่อเป็นวัตถุดิบประกอบการทำอาหาร หรือเพื่อการท่องเที่ยวนั้น หากต้องการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ควรจัดเป็นโซนนิ่ง เช่น ที่ จ.หนองคาย จ.เลย หรือ จ.นครพนม เพื่อพักผ่อนและทำให้ถูกต้อง รัฐก็จะได้ประโยชน์จากการจัดเก็บภาษี และได้รับประโยชน์จากการลดจำนวนนักโทษในเรือนจำกว่า 5,000 คน ที่รับโทษเพราะมีกัญชาในครอบครอง 

...

ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวอภิปรายว่า ปัจจุบันพบว่าประชาชนใช้ใบกระท่อมเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความสดชื่นและความตื่นตัว ซึ่งแนวทางที่ควรพิจารณา คือ การลดความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกตำรวจจับ เพราะครอบครองใบกระท่อม จำนวน 5-10 ใบ แต่ต้องเสียค่าปรับ 10,000 บาท ทั้งนี้ชาวบ้านที่ถูกจับนั้นเป็นบุคคลที่หาเช้ากินค่ำ ดังนั้น กรรมาธิการฯ ที่จะมีการตั้งขึ้นจึงควรพิจารณาประเด็นดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนด้วย

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม อภิปรายว่า ขอบคุณสมาชิกที่ให้ความสนใจเรื่องการปลดล็อกใบกระท่อม โดยเฉพาะนายเทพไท เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกรณีที่กระทรวงยุติธรรม เพราะเราได้เสนอเรื่องการปลดล็อกกระท่อมเข้า ครม.ไปแล้ว ส่วนเรื่องข้อจำกัดที่มีอยู่รวมถึงเรื่องประะกาศข้อห้ามที่เป็นตัวบทกฎหมาย ที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นๆ อาทิ ประกาศบางฉบับของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาเสพติดให้โทษนั้น ล่าสุดตนได้หารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขแล้ว นายอนุทินมีเเนวโน้มเห็นด้วย ยืนยันขอให้สบายใจได้ เพราะหลังจากนายอนุทินเดินทางกลับมาจากภารกิจที่ต่างประเทศ ทั้งสองกระทรวงจะทำเอ็มโอยู ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เพื่อศึกษาและปลดล็อกใบกระท่อม เพราะสมาชิก ส.ส.หลายยุคหลายสมัย ได้ศึกษาการปลดล็อกพืชใบกระท่อมมาเป็นลำดับ นอกจากนี้ในเวทีโลกอาทิ ยูเอ็น ก็ไม่ได้ประกาศว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด อีกทั้ง WHO องค์การอนามัยโลก ยังระบุว่า กระท่อมเป็นยาที่บางประเทศใช้รักษาคนติดฝิ่น เช่น ประเทศฟินด์เเลนด์ ตนจึงขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุน และยืนยันว่าจะเร่งรัดให้ถูกต้องรวดเร็วและเหมาะสมที่สุด