คืนสู่ความเป็นปกติ...
หลังหยุดยาว 5 วันในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ของไทยด้วยวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่ดี และเป็นหนึ่งในชาติที่มีอิสระไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร
นับประสาอะไรกับคนไทยด้วย แม้แต่ชาวต่างชาติหลากหลายประเทศที่มาร่วมงานเทศกาลนี้ด้วยความสนุกสนานและมีความสุข
เป็นของดีที่มีอยู่และต้องรักษาเอาไว้
ตรงกันข้ามทางการเมืองที่ดูเหมือนว่าจะต่างกัน นักการเมืองพูดกันทุกวันนี้ต้องการความเป็นอิสระ ความเป็นประชาธิปไตย รักษาอธิปไตยของชาติ
กลับไปพยายามชักชวนต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ อียูให้เข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของชาติอย่างที่ปฏิบัติมาแล้ว และยังไม่ยอมหยุดอีก
ถ้าจะว่าให้ลึกๆลงไปแล้ว การกระทำเช่นนี้ล้วนมีเป้าหมายเพื่อผลการเมืองในประเทศสอดรับกับความปรารถนาของต่างชาติ
เหตุผลง่ายๆที่พอจะมองเห็นภาพก็คือ ประเทศไทยในส่วนของผู้นำหลายคนหลายรัฐบาลมาแล้วรู้กันดีว่าฝรั่งชาติตะวันตกนั้นล้วนมี “อิทธิพล” ครอบงำมาตลอด
“สหรัฐฯ” ไปทางไหน “ไทย” ต้องไปทางนั้น?
จะว่าจำยอมก็ไม่เชิง จะว่าต้องทำตาม “คำสั่ง” ดูจะมีเหตุผลมากกว่า ถือเสียว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
ถามว่าบรรดาประเทศเหล่านี้ยังคิดอย่างนั้นอีกหรือเปล่า?
คำตอบก็คือ ไม่ได้แค่คิดแต่คงดำเนินการมาตลอด เพื่อให้ไทยอยู่ภายใต้การครอบงำได้ เพราะประเทศไทยคือศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นยุทธภูมิที่สำคัญ
สหรัฐฯนั้นเคยมีอิทธิพลในภูมิภาคนี้มาก่อน โดยเฉพาะประเทศไทยในรอบ 10 กว่าปี พร้อมกับความขัดแย้งภายในของไทย แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะสบายอกสบายใจ เพราะผู้นำในยุคสมัยนั้น
มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นด้วยจุดต่อสำคัญคือ “ทุนนิยม” ที่พูดจากันง่ายด้วยผลประโยชน์แลกเปลี่ยน
...
“สหรัฐฯ” เลยทิ้งไทยแบบไม่ห่างนัก เพราะมัวแต่ไปยุ่งกับตะวันออกกลาง
เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลในเครือข่าย “ทักษิณ” จะสามารถควบคุม ดูแลให้เดินไปเส้นทางเดียวกัน จึงมีความมั่นใจว่าจะ “เอาอยู่”
ครั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อ คสช.เข้ามามีอำนาจ สหรัฐฯและพันธมิตรก็ไม่มั่นใจคิดว่าความสัมพันธ์อย่างที่เคยมีมาต้องออกมาตรการ “ตำรวจโลก” ด้วยการแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจ จึงบังคับไทยทุกอย่าง
ด้วยข้ออ้างประชาธิปไตยและมาตรการโลก
แต่มาระยะหลังๆรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พยายามแก้ปัญหาที่ถูกมาตรการแทรกแซงของรัฐด้วยท่าทีที่พอรับกันได้ ไม่ได้หมายถึงจำยอมทุกอย่าง
ความไม่แน่ใจและไม่มั่นใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่แนบแน่นทั้งจีนและรัสเซีย
นั่นทำให้มหาอำนาจตะวันตกหวั่นใจมาก
การสนับสนุนพรรคการเมืองหรือนักการเมืองทั้งตรงและทางอ้อม จึงมีการแสดงให้ปรากฏโดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามกับ คสช.
อย่างพรรคอนาคตใหม่ที่แสดงให้เห็นมาแล้วที่ สน.ปทุมวัน ด้วยการเชิญเจ้าหน้าที่ทูตตะวันตกมาร่วมเป็นพยาน ทั้งๆที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการแทรกแซงอธิปไตยของชาติ
“อุดมการณ์” ที่ประกาศออกมาเป็นชุดๆนั้น มันจะสอดรับกับวิถีปฏิบัตินั้น มันไปกันได้หรือ?
หรือว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน!!
“สายล่อฟ้า”