ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น แจงไทม์ไลน์รักษา "ผู้ป่วยหญิง" วัย 50 ปี ก่อนเสียชีวิต หลังล้มฟุบในห้องน้ำ ยืนยันคอมเมนต์ไม่เหมาะสม ไม่ใช่บุคลากรโรงพยาบาล ชี้โดยวิชาชีพไม่สมควรกระทำเช่นนั้น

จากกรณีดราม่าเพจดังแคปโพสต์ของหญิงรายหนึ่ง ที่โพสต์ภาพถ่ายขณะนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น พร้อมข้อความเชิงตัดพ้อ ระบุว่า "ถ้าบ่ตรวจให้ ให้ตายอยู่บ้านโลดสู" ทำให้ต่อมากลุ่มคนที่ติดตามเพจดังกล่าว ก็พากันมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างตำหนิในแง่ลบ บ้างก็บอกว่า "ถ้าเจ็บแล้วรอไม่ได้ ก็กลับไปตายที่บ้าน" 

และเรื่องได้ลุกลามบานปลาย เมื่อหญิงรายดังกล่าวเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยลูกชายคอมเมนต์แจ้งในโพสต์ของแม่ที่เป็นประเด็นว่า แม่หมดสติในห้องน้ำทำให้เลือดคลั่งในสมอง ทำให้ต่อมาเริ่มมีการล่าตัวตามคนที่คอมเมนต์ไม่เหมาะสม และสาปแช่งหญิงรายดังกล่าว หลังพบว่ามีหลายคนเป็นถึงบุคลากรทางแพทย์ พร้อมตำหนิถึงจรรยาบรรณของคนที่ทำงานดูแลใกล้ชิดคนป่วย ว่าควรมีความเห็นคนอื่นมากกว่านี้ ขณะที่ทางเพจที่นำโพสต์มาแขวนก็พบว่ามีการลบโพสต์ออก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ส.ค. 69 นายแพทย์ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าว โดยเปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็นหญิงอายุประมาณ 50 ปี เข้ามาพักรักษาตัวในช่วงระหว่างวันที่ 13-14-15 ที่ห้องตรวจอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ด้วยอาการไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นแดง โดยมีอาการมาแล้ว 3 วัน แพทย์จึงให้ตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเบื้องต้น และรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลขอนแก่น 

วันที่ 14-15 ส.ค. 69 ขณะนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี แต่ยังมีไข้ไม่ลด แพทย์ได้ติดตามหาสาเหตุ โดยการเจาะเลือดเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด และเอกซเรย์ พร้อมทั้งให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง

ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า คนไข้รายนี้เป็นหญิงอายุประมาณ 50 ปี มาตรวจรักษาที่ฉุกเฉิน รพ.ศูนย์ขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้รับการเข้ามาพักรักษาเป็นผู้ป่วยใน ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยแพทย์วินิจฉัยว่า ติดเชื้อในกระแสเลือดและมีอาการผื่นแพ้ ซึ่งสงสัยจะแพ้ยาด้วย และในระหว่างที่พักรักษาตัวในระหว่างวันที่ 13-15 ส.ค. นั้น อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ไข้ก็ลดลง คนไข้ก็สื่อสารได้ดี การวัดค่าทางต่างๆ ในร่างกายก็เป็นปกติ และก็อยู่ในกลุ่มคนไข้ที่อยู่ในกลุ่มจะจำหน่ายออกหรือให้กลับบ้าน 

วันเกิดเหตุคือช่วงเช้ามืดวันที่ 16 ส.ค. เวลา 03.00 น. ก็ทราบว่าคนไข้รายนี้ล้มฟุบอยู่ในห้องน้ำ และจากการประเมินเบื้องต้นคนไข้ไม่รู้สึกตัว สัญญาณชีพก็ต่ำ พยาบาลจึงรายงานแพทย์ จากนั้นจึงมีการช่วยเหลือเบื้องต้น จากนั้นได้นำผู้ป่วยไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ก็พบว่า ก้อนเลือดออกในสมองใต้ต่อชั้นดูราขนาดใหญ่ และก้อนเลือดนี้กดทับก้านสมอง เลยทำให้สัญญาณชีพคนไข้ไม่ดี 

แพทย์พยาบาลก็ได้ประสานไปที่ญาติผู้ป่วยให้ทราบด้วยเช่นกัน จากนั้นก็มีการสื่อสารซึ่งกันและกัน และมีการแจ้งพยากรณ์โรคในกรณีที่ต้องรับการผ่าตัดว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ทราบว่าญาติผู้ป่วยตัดสินใจไม่ผ่าตัด จากนั้นญาติก็นำผู้ป่วยกลับบ้านแล้วก็เสียชีวิตที่บ้าน ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลก็มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในจุดต่างๆภายในห้องที่ผู้ป่วยพักรักษาตัว แต่ไม่ได้ติดให้มองเห็นถึงในห้องน้ำ เพราะกล้องจะเห็นเฉพาะหน้าห้องน้ำเท่านั้น 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วเข้าห้องน้ำ ช่วงเวลาดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลที่เข้าเวรยาม คอยสอดส่องดูแลหรือไม่ เนื่องจากทางโรงพยาบาลงดให้ญาติเฝ้าในตอนกลางคืนและเข้าเยี่ยมเป็นเวลา เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยล้มในห้องน้ำแล้วไม่มีคนเห็น การช่วยเหลือจึงล่าช้า เสมือนว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือไม่ และโรงพยาบาลจะชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้เสียชีวิตอย่างไร 

ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ พยาบาล ได้ประสานให้ญาติทราบและทำความเข้าใจกับญาติแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังสอบถามหาคนที่ได้พูดคุยในวันนั้น กับคนที่โพสต์โซเชียลว่าเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ ที่พูดเช่นนี้ มันจะย้อนกลับมาที่การสื่อสารระหว่างแพทย์พยาบาลกับญาติเป็นอย่างไร 

ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ป่วยรายนี้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการดังกล่าว มีโอกาสสุ่มเสี่ยงในการที่จะหน้ามืด เวียนศีรษะล้มได้หรือไม่ ว่า อาการของผู้ป่วยตั้งแต่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ พูดได้ คุยได้ สื่อสารได้ปกติ และเป็นคนไข้ที่จะให้ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน 

ในเรื่องของมาตรฐานการดูแลคนไข้นั้น คนไข้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกราย จะได้รับการจำแนกออกมาว่าเป็นกลุ่มเร่งด่วน กลุ่มเฝ้าระวัง การดูแลก็เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อยู่แล้ว ซึ่งในคนไข้รายนี้ เป็นคนไข้สีเขียวตั้งแต่เข้ามาแล้ว และเป็นคนไข้ที่กำลังจะจำหน่ายออก เพราะอาการดีขึ้น สัญญาณชีพต่างๆ ก็ดีขึ้น  

การดูแลคนไข้ก็ดูแลตามมาตรฐานและดูแลในเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติผู้ป่วยด้วย โรงพยาบาลจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพผู้ตาย และพูดคุยกับญาติพี่น้องคนตายด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีพยาบาลคอมเมนต์ใต้โพสต์ในเฟซบุ๊กของผู้ป่วยว่า โดยวิชาชีพไม่สมควรที่จะทำเช่นนั้น เพราะบุคลากรทางการแพทย์และทางการสาธารณสุข ส่วนใหญ่ยังมีความเป็นมืออาชีพ มีความสนใจ ใส่ใจที่จะดูแลประชาชนคนไทย และขอยืนยันว่า พยาบาลที่คอมเมนต์ใต้โพสต์ในเฟซบุ๊กของผู้ป่วยนั้น ไม่ใช่พยาบาลของโรงพยาบาล 

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายดังกล่าว พบว่าครอบครัวตั้งบำเพ็ญกุศลศพผู้ตายที่บ้านพัก  โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาแสดงความเสียใจจำนวนมาก โดยที่ลูกชายและญาติไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ญาติบอกเพียงว่า ไม่ขอให้ข่าว เพราะไม่อยากเป็นข่าว และที่เรื่องโด่งดังในโซเชียลก็เป็นเพราะมีพยาบาลมีคอมเมนต์ใต้โพสต์ของผู้ตายในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วป่วยจึงไปโรงพยาบาล จึงถ่ายรูปตัวเองโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก 

ส่วนพยาบาลมาคอมเมนต์ ตอนนี้ครอบครัวทราบแล้วว่า ไม่ใช่พยาบาลของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น  ซึ่งญาติก็รอคุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเท่านั้น จึงไม่ต้องการเป็นข่าว 

ในขณะเดียวกันลูกชายของผู้ตาย ได้ทำการ์ดกำหนดการสวดอภิธรรมศพผู้ตายแจ้งข่าวการตายและแจ้งกำหนดการฌาปนกิจผู้ตาย  วันที่ 17-18 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. สวดอภิธรรม วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ฌาปนกิจ ณ วัดอินทราราม ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในเฟซบุ๊กด้วย