"อ.ธงทอง" ยื่นหนังสือ ขอผู้ว่าฯ ขอนแก่น คุ้มครองพระ เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์วัดป่าอดุลยาราม เมิน "ป้าดา" เตรียมปล่อยคลิปสู้ ลั่นยึดหลักฐานและกฎหมาย ชี้ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน เปลี่ยนเป็นชื่อวัด ไม่ใช่หลักล้าน
วันที่ 17 ส.ค. 69 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์หลังพบผู้ว่าฯขอนแก่นว่า ตัวเองมายื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ถวายความปลอดภัยคณะสงฆ์และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จากเดิมที่เป็นชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี ให้เป็นของวัดฯ พร้อมยกคำพิพากษาเมื่อปี 2547 กรณีนางนาง หรือนางน้อย พิมพ์ศรี เป็นโจทก์ ฟ้องวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลย เพื่อขับไล่และเพิกถอนนิติกรรม ซึ่งครั้งนั้นศาลวินิจฉัยว่า นายเฮียง พิมพ์ศรี ได้อุทิศและส่งมอบที่ดินเพื่อใช้สร้างวัดตั้งแต่ต้น การอุทิศที่ดินจึงมีผลสมบูรณ์ และที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยารามโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์หรือทายาทไม่มีสิทธิเรียกร้องหรือขับไล่วัด
ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา ทำให้คดีถึงที่สุด
ส่วนในคดีที่นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นโจทก์ ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลย เพื่อขอเพิกถอนนิติกรรมและแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ศาลจังหวัดขอนแก่นก็มีคำพิพากษาชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์
ขณะศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษา ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 วัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินที่มีผู้ยื่นไว้ พร้อมยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน กรณีนี้อยู่ในอำนาจของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นที่จะดำเนินการตามแนวทางในหนังสือตอบข้อหารือของกรมที่ดิน กรณีการขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเจ้าของแสดงเจตนาตามสัญญาตกลงยกให้สร้างวัด และมีแนวทางที่ถูกสรุปออกมาแล้วว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นที่วัดตามมาตรา 33 (1) และเป็นศาสนสมบัติของวัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 อีกทั้งถือเป็นกรณีที่วัดได้มาซึ่งที่ดินโดยประการอื่นนอกจากทางนิติกรรม ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ข้อ 9 (3) เมื่อมีการตั้งวัดและวัดมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้ว หากวัดประสงค์ให้ปรากฏสิทธิทางทะเบียนในที่ดิน ย่อมสามารถยื่นขอจดทะเบียนประเภท “โอนเป็นที่วัด” ได้
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ให้สอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลและหนังสือตอบข้อหารือของกรมที่ดิน รวมทั้งสร้างความมั่นคงต่อพระพุทธศาสนาและการบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด
ส่วนเดือนหน้าจะนำผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะทำงาน เดินทางไปวัดหนองแวงพระอารามหลวงอีกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานด้านพระพุทธศาสนาและติดตามความคืบหน้ากรณีนี้ โดยเชื่อว่าการดำเนินงานจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่น่ามีปัญหา
ส่วนที่ทายาท บอกว่า มีหลักฐานเด็ด ที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ จากพยานหลักฐาน ณ เวลานี้ ไม่มีอะไรที่สามารถทำให้หนักใจได้ ซึ่งฝ่ายวัดยึดถือความถูกต้องแม่นยำทางกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ส่วนข้อสงสัยเรื่องการใช้ลายเซ็นของฝ่ายทายาทนายเฮียง ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดินโดยตรง และควรปล่อยให้เจ้าพนักงานที่ดินหารือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
สำหรับค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อวัดและการโอนที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า ตามกฎหมายคิดในอัตราเพียงร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน หรือประมาณ 7,000 กว่าบาท ไม่ใช่ 1,500,000 บาท ตามข้อมูลที่อาจมีบางกลุ่มนำไปกล่าวอ้าง และขอเตือนประชาชนอย่าถูกหลอก จากพวกที่เปิดรับบริจาค
ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น บอกว่า หลังรับหนังสือ ยอมรับว่า ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะใช้เวลานานเพียงใด แต่ยืนยันว่าทุกฝ่ายต้องทำงานตามขั้นตอนและข้อกฎหมาย
ส่วนครอบครัวจะยื่นคัดค้านได้หรือไม่หากมีการทำเรื่องเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ เรื่องนี้มีการฟ้องร้องกันอยู่แล้ว ขณะที่ฝ่ายวัดฯได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า ทำได้หรือไม่ เพราะจะเป็นการเลือกข้าง
ส่วนบรรยากาศที่วัดป่าอดุลยาราม เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยมีญาติโยมที่ใกล้ชิดและเป็นเครือญาติ นำภัตตาหารมาถวายหลวงพ่อเจ้าอาวาส แต่หลวงพ่อให้ความระมัดระวังเรื่องอาหารเป็นอย่างมาก จะฉันเฉพาะภัตตาหารที่โยมที่เป็นญาติและคนใกล้ชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะไม่คาดคิด รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจลงชื่อที่ตู้แดงเป็นประจำทุก 1 ชั่วโมงหมุนเวียนกันเข้ามาตลอด หลังจากมีญาติโยมที่เข้ามาถ่ายรูปและเช็กอินที่วัดหลังจากที่วัดเป็นกระแสข่าว