ปัดเล็งเฉพาะ88การ์มองเต้ปิดป้ายสั่งรื้อรีสอร์ต 11 แห่งในวังน้ำเขียว ขีดเส้นตายให้ดำเนิน การภายใน 90 วัน หากเจ้าของไม่รื้อเองทางเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการแต่เจ้าของต้องออกค่าดำเนินการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานยืนยันการปิดป้ายไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ได้เพ่งเล็งมาที่ 88 การ์มองเต้ แต่มีการวางแผนมานานจนถึงเวลาที่จะต้องลงมือ ส่วน “ลูกท็อป” ระบุอัยการสั่งไม่ฟ้องแสดงให้เห็นว่าคดีทางอาญาได้จบลงแล้ว ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายปักป้ายสั่งรื้อรีสอร์ตบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ 11 แห่งครั้งนี้เริ่มมีขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ก.ค. นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาชุดพญาเสือ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป. 4 รอ.รมน.จ.นครราชสีมา ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อชี้แจงการดำเนินงานปิดป้ายประกาศให้เจ้าของรีสอร์ตรื้อออกจากพื้นที่ ตามมาตรา 21 และมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานฯ ที่ระบุว่า “สำหรับรีสอร์ตรวม 11 แห่ง ประกอบด้วย 1.88 การ์มองเต้ พื้นที่ 53.11 ไร่ 2.ภูผาวารี 53.73 ไร่ 3.บ้านไร่ในวัง 10.57 ไร่ 4.นุชจนาถ รีสอร์ต 2.34 ไร่ 5.เนินตะวันรีสอร์ต 34.24 ไร่ 6.บ้านสวนสงวนสุข 53.39 ไร่ 7.อิ่มอกอิ่มใจ 5.83 ไร่ 8.มอนทาน่าฟาร์ม 34.77 ไร่ 9.ไร่วงปักษาคุณหมู 36.70 ไร่ 10.ไร่วงปักษา และ 11.ภูพฤกษารีสอร์ต50ไร่จากนั้นเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางไปที่ 88 การ์มองเต้ หมู่ 5 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่ได้ปิดป้ายประกาศตามมาตรา 22 ที่บริเวณด้านหน้ารีสอร์ตเป็นป้ายที่ทำด้วยไวนิลขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.20 เมตร มีใจความว่า “ในกรณีที่มีการฝ่าฝืน เป็นเหตุให้มีสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่หรือมีสิ่งอื่นใดในอุทยานแห่งชาติ ผิดไปจากสภาพเดิม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำความผิดทำลายหรือรื้อถอนสิ่งนั้นๆ ออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติหรือทำให้สิ่งนั้นๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2562 หรือ 90 วัน ถ้าผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามหรือถ้าไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่อุทยานแห่งชาติ พนักงานเจ้าหน้าที่จะรื้อเสียเองก็ได้ตามสมควรแก่กรณี และผู้กระทำความผิดต้องชดใช้ค่าใช้จ่าย หากพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการรื้อเอง”หลังปิดป้ายประกาศที่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ตเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่นำป้ายทยอยปิดตามรีสอร์ตที่เหลืออีก 10 แห่งจนครบหมด โดยรีสอร์ตทั้งหมดปิดเงียบไม่มีการเปิดบริการเหมือนที่ผ่านมาและทุกแห่ง ไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ ยกเว้นที่ภูพฤกษารีสอร์ตได้มีนางประภา ข้อมงคลอุดม อายุ 70 ปี กับ นายสว่าง ข้อมงคลอุดม อายุ 72 ปี สามีภรรยาออกมาแสดงตนและต่อว่าเจ้าหน้าที่อ้างพื้นที่รีสอร์ตเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. นายประวัติศาสตร์ได้ชี้แจงให้ทราบนายประวัติศาสตร์กล่าวว่า การสั่งรื้อถอนรีสอร์ตรุกอุทยานไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ได้เพ่งเล็งมาที่ 88 การ์มองเต้ แต่มีการวางแผนมานานจนถึงเวลาที่จะต้องมาติดประกาศมาตรา 22 ส่วนผู้กระทำผิดรายอื่นจะทยอยประกาศรื้อถอนโดยคัดเลือกโซนชั้นในสุด เน้นกลุ่มนายทุนผู้ประกอบการรีสอร์ตรายใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนในรายที่เป็นชาวบ้านผู้บุกรุกมีการจับกุมและจะประกาศให้ครบทุกรายทั้งในเขต จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา รวม 491 คดี เฉพาะที่ อ.วังน้ำเขียว 352 คดี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป “ที่ผ่านมาดำเนินการประกาศมาตรา 22 มาแล้ว 200 กว่าคดี หากไม่ดำเนินการในส่วนที่เหลืออาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายประวัติศาสตร์กล่าวหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานกล่าวอีกว่า สำหรับ 88 การ์มองเต้ มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นกลุ่มบ้านพักรีสอร์ตที่อยู่ในโซนใกล้ชายป่าหรือในพื้นที่ชั้นใน ที่ผ่านมาถูกมองว่าทำไมถึงประกาศล่าช้า ที่จริงไม่ได้ล่าช้าเพราะมีกระบวนการหลายขั้นตอนทั้งการร้องขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครอง ทางอุทยานฯ ทับลานต้องมาแก้คำฟ้อง ทำให้กระบวนการล่าช้า ส่วนขั้นตอนที่จะทำให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุดคือ เจ้าของรีสอร์ตต้องรื้อถอนเอง ที่ผ่านมามีหลายรายที่รื้อถอนเองและไม่ต้องเป็นคดีความกันยืดยาว“ส่วนคดีของ 88 การ์มองเต้ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนั้น จะต้องนำเข้าหารือที่ประชุมระดับกรมซึ่งกรมอุทยานต้องนำหลักฐานใหม่มารื้อฟื้นคดี ต้องชี้แจงให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ไม่ใช่อยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก.เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของศาล ศาลจะตัดสินว่าใครถูกใครผิด หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของรีสอร์ตต่อไป” นายประวัติศาสตร์กล่าวด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการติดประกาศคำสั่งให้รื้อถอน 88 การ์มองเต้ รีสอร์ตว่า อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใช้ดุลพินิจไปติดป้ายตามมาตรา 22 โดยไม่มีเหตุการณ์ปะทะหรือรุนแรงอะไร เจ้าของกิจการสามารถขอให้ศาลคุ้มครองได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเป็นการแสดงให้เห็นว่าคดีทางอาญาได้จบลงแล้วอัยการพิจารณาแล้วว่า ทางผู้ครอบครองไม่ได้มีเจตนาเข้าครอบครองพื้นที่ ส่วนการพิสูจน์ว่าพื้นที่ไหนเป็นของใครเป็นเรื่องของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะไปหารืออีกครั้งเมื่อถามว่า ตอนนี้สังคมกำลังจับตามองว่ารัฐบาลอาจจะเข้าไปช่วยหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ นายวราวุธตอบว่า ยืนยันไม่มีการเมือง ตนไม่ยอมให้ใครบุกรุกป่าแต่เราจะต้องดูแลประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนหรือแม้แต่ประชาชนที่เป็นเกษตรกรรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ไปดำเนินการ ทุกครั้งไม่ว่าเราจะดำเนินการเรื่องอะไรจะยึดถือตัวบทกฎหมายเป็นที่ตั้ง “ไม่เฉพาะกรณี 88 การ์มองเต้ เท่านั้น แต่การทับซ้อนพื้นที่ป่าทั่วประเทศต้องแก้ไข แต่ละกรณีมีความยากง่ายซับซ้อนกันไปอาจใช้เวลาแต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย” นายวราวุธกล่าว