น้ำท่วมน่าน สถานการณ์ใน อ.เมือง ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังต้องจับตาใกล้ชิด ชาวบ้านบอกไม่คิดย้ายบ้านหนี ส่วนที่ ท่าวังผา พบศพชายปริศนา มีแผลที่ศีรษะลอยมากับแม่น้ำน่าน เร่งตรวจสอบประกาศหาคนหาย

วันที่ 21 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่ จ.น่าน ว่า ยังอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง ล่าสุดทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิเพชรเกษม เข้าตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งพบสิ่งต้องสงสัยลอยมากับกระแสน้ำ จึงส่งเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยเข้าไปตรวจสอบและพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 40-50 ปี จึงนำร่างขึ้นตลิ่งและประสานตำรวจภูธรท่าวังผา และแพทย์เข้ามาตรวจสอบ

นายรุ่งโรจน์ ไชยยงค์ หัวหน้ากู้ภัยเพชรเกษมน่าน เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่มาสังเกตการณ์สถานการณ์น้ำของแม่น้ำน่านว่า พบสิ่งของต้องสงสัยบริเวณสะพานสบยาวเชียงแลสามัคคี พื้นที่ อ.ท่าวังผา ซึ่งวัสดุดังกล่าวกำลังไหลไปกับน้ำโดยมีกิ่งไม้และท่อนไม้พร้อมล้อมรอบ

เมื่อนำกำลังเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นร่างผู้ชาย 1 ร่าง นอนหงายท่ามกลางท่อนไม้โอบล้อม ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีรอยแผลเปิดบริเวณศีรษะ ร่างกายอืดบวม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน จึงนำเชือกผูกที่แขนแล้วลากเข้าตลิ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานญาติคนหายที่ประกาศตามหาในโซเชียลว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่


ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ต.ท่าวังผา ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ทุ่งช้าง เชียงกลาง ซึ่งน้ำจะไหลมายังอ.ปัว เข้าอ.ท่าวังผา และเข้าตัวเมืองน่านรับน้ำต่อไปที่เวียงสา แต่ถ้าน้ำไม่เยอะมากเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

อ.เมืองน่าน เริ่มทุเลาน้ำเหลือ 50 ซม. แต่ยังต้องจับตาใกล้ชิด

ส่วนบรรยากาศช่วงเช้าในชุมชนสายท่าลี่ ในอ.เมือง จ.น่าน พบว่ามีประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตปกติ มีการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในการสัญจรไปมา โดยสภาพพื้นที่ยังมีน้ำขังหลายจุด ชาวบ้านบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มจะใช้เรือในการสัญจร 

ส่วนเสาวัดระดับน้ำที่ตั้งอยู่ประจำชุมชนสายท่าลี่ หลังจากที่ทางผู้นำชุมชนให้มีการมาจัดทำเสาไว้ให้ประชาชนได้คอยเช็คระดับน้ำ หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมกับมีการติดป้ายในแต่ละปีของระดับน้ำเอาไว้ เพื่อเก็บไว้เปรียบเทียบดูในแต่ละปี ขณะที่ระดับน้ำของวันนี้ลดลง อยู่ที่ 50 เซนติเมตร

นางประกายแก้ว บุญมี อายุ 72 ปี ชาวบ้านในชุมชนท่าลี่ บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกโชคดีอย่างมาก เนื่องจากเมื่อวานนี้ ระดับน้ำสูงสุดมาถึงช่วงเอว แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ที่ระดับน้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้านชั้นที่1 และปีที่ 2568 น้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้านชั้นที่2 เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณพื้นที่นี้ถือว่าชินกับฤดูที่ต้องรับมือกับน้ำท่วมในทุกๆปี

ส่วนตัวไม่เคยคิดที่จะโยกย้ายหรือย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นเพื่อต้องการที่จะหนีน้ำ เพราะเป็นบ้านตัวเอง เวลาถึงฤดูน้ำหลากชาวบ้านจะช่วยกันรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในทุกปีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของการขนข้าวของสัมภาระขึ้นที่สูง บางครอบครัวอพยพย้ายไปอยู่บ้านญาติ