พุทธศาสนิกชนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงหลายพันคนหลั่งไหลมารอกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่หอคำหลวงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตั้งแต่เช้ามืด 

วันที่ 5 มีนาคม 2567 หลังมีพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะเป็นสิริมงคล ที่ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 

สำหรับกำหนดการจะเปิดให้ประชาชนได้สักการะ ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.บรรยากาศเช้าวันนี้ มีประชาชนรอกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ทั้งชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงที่ทราบข่าวได้พร้อมใจกันสวมชุดขาว มาเพื่อรอเข้าคิวที่จะเข้าไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่เช้ามืด จนเวลา 08.00 น. พบว่ามีประชาชนหลายพันคนที่มารอ  

การรับบัตรคิวเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ จะทำการเปิดรับบัตรคิวรอบเช้า เวลา 08.00 น. จำนวนไม่เกิน 3,000 คน รอบบ่าย เวลา 12.00 น. จำนวนไม่เกิน 3,000 คน ณ บริเวณเต็นท์ลงทะเบียนวงเวียนราชพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

คำบูชาพระบรมสารีริกธาติ "อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ ทูระโต อะหัง วันทามิ สัพพะโส ภะวันตุเม พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอวังธาตุโย จัตตาริ สะสะ มาทันตา เกสา โลมา นะขาขีจะ อะหัง วันทามิ ธาตุโย" ข้าขอบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ที่มาประดิษฐานอยู่ ณ ที่นี่ และในสากลจักรวาล ด้วยอานุภาพแห่งการบูชานี้ ขอสิ่งดีงามจงมีเกิดแก่ข้าพเจ้า ตลอดกาลนานทุกเมื่อเทอญฯ"

...

การแต่งกายเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ งดเว้นสีดำ สุภาพบุรุษแต่งกายด้วยชุดสุภาพชนสีขาว สีครีม สุภาพสตรี แต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีขาว สีครีม ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่ไม่สั้นเหนือเข่า หรือผ้าถุง 

วิธีเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ทำได้ 2 วิธี วิธีที่ 1 สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ศาสนิกชนที่สามารถเดินขึ้นบันไดหอคำหลวงได้ และประสงค์จะเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วิธีที่ 2 สำหรับพระภิกษุสงฆ์และศาสนิกชนผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือเด็กเล็กที่ไม่ประสงค์จะขึ้นกราบสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุบนหอคำหลวง ก็สามารถไหว้สักการะรอบๆ หอคำหลวงได้

สิ่งที่ควรนำมาด้วยในการกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้ขึ้นกราบสักการบูชาองค์พระบรมสารีริกธาตุบนหอคำหลวง ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ขอให้เตรียมถุงผ้า ถุงกระดาษสำหรับใส่สัมภาระของใช้ส่วนตัว อาทิ น้ำดื่ม ยารักษาโรคประจำตัวมาด้วย เนื่องจากไม่มีบริการรับฝากสิ่งของ ไม่อนุญาตให้วางสิ่งของบริเวณรอบหอคำหลวง

เวลาหยุดพักการเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ในทุกๆ ช่วงเย็น เวลา 18.00–19.00 น. จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลให้กับศาสนิกชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ซึ่งจะหยุดพัก ไม่อนุญาตให้สักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ บนหอคำหลวง แต่สามารถไหว้สักการะรอบๆ หอคำหลวงได้ และจะปิดการเข้าสักการะในเวลา 21.00 น. 

วิธีเดินทางไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์ กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ โดยรถส่วนตัว เส้นทางที่ 1 มาจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนห้วยแก้ว (ทางหลวงหมายเลข 1004) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนคันคลองชลประทาน (ทางหลวงหมายเลข 121) ไปอำเภอหางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ประมาณ 2 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนเชียงใหม่-หางดง (ทางหลวงหมายเลข 108) แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรถที่มีให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งรถสี่ล้อแดง รถสามล้อตุ๊กๆ

ทั้งนี้ ประชาชน ผู้ที่มากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ทางจิตอาสาพระราชทานจะแจก ธรรมนาวา “วัง” พระราชทานจากรัชกาลที่ 10 จำนวน 1 แสนฉบับ นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อหลอมรวมพลังศรัทธาของศาสนิกชนชาวไทยทั่วโลก ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนา บริเวณอาคารนิทรรศการ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยแบ่งเป็นส่วนการจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ การค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองปิปราห์วา รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต วัดสระเกศ และข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุที่นำมาจัดแสดงในประเทศไทยอีกด้วย