กรมสรรพสามิตจัดประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ขับเคลื่อนสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่ความยั่งยืนด้วย ESG “วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่” คว้าสุดยอดสุรากลั่นชุมชน

หากใครเป็นคอสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ อยากให้มามุงกันตรงนี้ เพราะเมื่อปลายเดือน กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต ได้จัดประกวดโครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในระดับสากล โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตและผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการธุรกิจ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล 

โดยการประกวดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ ด้านการพัฒนาเครื่องดื่มและมิกโซโลจี ด้านวิสกี้และประวัติศาสตร์เครื่องดื่ม ด้านการพัฒนาเมนูและธุรกิจเครื่องดื่ม ด้านคุณภาพอาหารและการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า ด้านการบริการและประสบการณ์ลูกค้า ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดเลือกสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพ นวัตกรรม อัตลักษณ์ และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดสากล

การประกวดในปีนี้ มีผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนประเภทสุรากลั่น สุราแช่ และคราฟท์เบียร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รวมทั้งสิ้น 16 ราย โดยผลการประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 ผู้ได้รับรางวัลในแต่ละประเภท ดังนี้


รางวัลประเภทสุรากลั่นชุมชน

1. สุดยอดสุรากลั่นชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่ จังหวัดแพร่

2. สุรากลั่นยอดเยี่ยม จำนวน 5 รางวัล ได้แก่

  • เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ฝึกมีชีวิต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดอะ สปิริต ออฟ ชัยภูมิ ดิซทีลเลอรี่ จังหวัดชัยภูมิ
  • บริษัท วิสาหกิจชุมชนบ้านบึงกระจังงาม จำกัด จังหวัดนครสวรรค์
  • บริษัท มหาโอสถ จำกัด จังหวัดนครปฐม
  • วิสาหกิจชุมชน สุขใสมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง จังหวัดนราธิวาส


รางวัลประเภทสุราแช่ชุมชน

1. สุดยอดสุราแช่ชุมชน ได้แก่ บริษัท นพรส จำกัด จังหวัดปทุมธานี

2. สุราแช่ชุมชนยอดเยี่ยม จำนวน 5 รางวัล ได้แก่

  • บริษัท 168 เงินมีบ่ จำกัด จังหวัดอำนาจเจริญ
  • วิสาหกิจชุมชน นานวนจันทร์ จังหวัดกาฬสินธุ์
  • บริษัท อี.เอช.ไอ โตไก จำกัด จังหวัดลำพูน
  • วิสาหกิจชุมชน สวนฅนปายไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • บริษัท เต็มสิบ พลัส จำกัด จังหวัดระนอง


รางวัลประเภทคราฟท์เบียร์

1. สุดยอดคราฟท์เบียร์ ได้แก่ บริษัท สหประชาชื่น จำกัด กรุงเทพมหานคร

2. คราฟท์เบียร์ยอดเยี่ยม จำนวน 3 รางวัล ได้แก่

  • บริษัท ไชโยโห่หิ้ว จำกัด จังหวัดนนทบุรี
  • บริษัท พัทยาเบียร์ 2555 จำกัด จังหวัดชลบุรี
  • บริษัท โขงเจียม บริววิ่ง จำกัด จังหวัดอุบลราชธานี


สุราสักทองแพร่ จากวิถีชุมชน สู่สุดยอดสุรากลั่นชุมชน

ใครจะรู้ว่า สุรากลั่น พื้นบ้านจากตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ สืบทอดกันมากว่า 200 ปี ซึ่ง "เหล้า" เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่นี่ เช่น การใช้เหล้าเป็นเครื่องเซ่นไหว้ถวายในพิธีเรียกขวัญ พิธีเลี้ยงผีและพิธีสืบชะตาแม่น้ำ การใช้เหล้าทำอาหาร หรือใช้ยาดองเหล้ากับสมุนไพรเพื่อรักษาโรค ซึ่งปัจจุบันชุมชนสะเอียบมีประชากร 60 หมู่บ้านที่ประกอบอาชีพทำสุรากลั่นชุมชน 103 ครัวเรือน เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า น้ำที่ใช้ทำเหล้าของที่นี่ล้วนมาจาก "แม่น้ำยม" ซึ่งเป็นน้ำธรรมชาติที่คนปรุงเหล้าบอกว่า น้ำที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะแต่เดิมที่นี่เคยเป็นภูเขาไฟทำให้มีแร่ธาตุต่างๆ รวมถึงดินที่นี่ก็มีความพิเศษ คือทำให้เกิด "ไม้สักทอง" อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่

แต่ย้อนไปตั้งแต่ก่อนปี 2545 การต้มเหล้าขาย ถือเป็นการต้มเหล้าเถื่อน มีความผิดตามกฎหมาย ชาวบ้าน "หมักเหล้า" แล้ว ก็ต้องขนไปซ่อนไว้ในป่าสักทอง ซึ่งสภาพแวดล้อมและความชื้นของป่า ทำให้สุรามีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ กระทั่งกฎหมายสุราก้าวหน้าเปิดช่อง ให้ "สุราพื้นบ้าน" ที่เคยต้องหลบๆ ซ่อนๆ ออกมาเฉิดฉายได้ จึงมีการจดทะเบียนในนามของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุรากลั่นพื้นบ้านสักทองแพร่” นำความรู้ที่มีมาพัฒนาสุรากลั่น จนได้จดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สุรากลั่นชุมชนที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สุราแช่ และสุรากลั่น ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น