เจ้าหน้าที่ลุยน้ำท่วมระดับเอว เร่งขนย้ายซากสุกร กว่า 2,000 ตัว ตายจากน้ำท่วมฟาร์มที่ปราจีนฯ นำไปฝังกลบ ป้องกันโรคระบาด เจ้าของรับสะเทือนใจ เห็นหมูที่เลี้ยงไว้ทยอยตาย
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อฟาร์มเลี้ยงสุกรหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งมีฟาร์มแห่งหนึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก จนไม่สามารถเคลื่อนย้ายสุกรออกจากพื้นที่ได้ทัน ส่งผลให้มีสุกรตายประมาณ 2,000 ตัว
ล่าสุดวันนี้ ทางจังหวัดปราจีนบุรีได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขนย้ายซากสุกรออกจากพื้นที่ฟาร์ม ไปยังบริเวณที่ทางฟาร์มจัดเตรียมไว้ เพื่อดำเนินการฝังกลบอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยหรือเชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชน
ทางเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางฟาร์มได้ประสานขอความช่วยเหลือมาตั้งแต่ก่อนระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เนื่องจากมีอุปสรรคด้านการขนย้ายและสภาพพื้นที่ รวมถึงเส้นทางภายในฟาร์มถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายสุกรออกมาได้ทัน จนมีสุกรเสียชีวิตประมาณ 2,000 ตัว
สำหรับการช่วยเหลือในวันนี้ ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 40–50 คน พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน และเรือจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเข้าไปดำเนินการขนย้ายซากสุกรออกจากพื้นที่ฟาร์ม
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประเมินสภาพพื้นที่ ทั้งระยะห่างจากชุมชน ความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะใช้ฝังกลบ รวมถึงอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1–2 วัน หากสภาพพื้นที่เอื้ออำนวย เนื่องจากปัจจุบันภายในฟาร์มยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 50–80 เซนติเมตร ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้านเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพระราม ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากทางฟาร์ม และได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานไปยังจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พื้นที่ตำบลดงพระราม ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเกือบทั่วทั้งพื้นที่ ทำให้กำลังเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลมีไม่เพียงพอที่จะเข้าดำเนินการขนย้ายซากสุกรจำนวนมากด้วยตนเอง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมดำเนินการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
ขณะที่ เจ้าของฟาร์มยอมรับว่า รู้สึกสะเทือนใจอย่างมากกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพราะสุกรทั้งหมดเป็นสัตว์ที่ทางฟาร์มเลี้ยงและดูแลมาเป็นเวลานาน แต่ต้องมาเห็นทยอยตายจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่ทางฟาร์มไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ขณะนี้สิ่งที่ทางฟาร์มและประชาชนในพื้นที่ต้องการอย่างเร่งด่วน คือการนำซากสุกรออกจากพื้นที่อย่างถูกวิธี การจัดการด้านสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเข้ามาดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบจากซากสัตว์และกลิ่นเหม็นที่เริ่มรบกวนชุมชน รวมถึงลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและการแพร่กระจายของเชื้อโรค หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่องมานานกว่า 7 วัน
