สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทบมัสยิดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ต้องย้ายสถานที่ฝังศพ นำร่างผู้เสียชีวิตลงเรือท้องแบนไปสถานที่ใหม่
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงพื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสัก 720 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลของแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงผ่านอำเภอบางปะอิน มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมรวม 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,338 หมู่บ้าน และ 63 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,633 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่อำเภอเสนา
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม ที่ชุมชน หมู่ที่ 6 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำในชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำ บ้านหลายหลังถูกน้ำท่วมพื้นบ้านต้องเก็บข้าวของขึ้นเอาไว้ บ้านบางหลังใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในน้ำที่ท่วมอยู่ภายในบ้าน
ส่วนที่ตลาดบ้านเลน หรือตลาดใน เป็นตลาดโบราณพบว่าภายในตลาดระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10-15 ซม. ส่วนบริเวณตลาดสด พื้นที่ของตลาดจะสูงน้ำท่วมไม่ถึง พ่อค้าแม่ค้าหลายคนยกของขึ้นเอาไว้พ้นระดับน้ำที่ท่วม พ่อค้าแม่ค้าบางรายย้ายของไปตั้งขายที่บริเวณหน้าอำเภอเก่าซึ่งอยู่ติดกับตลาด. ส่วนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดจะยังเปิดขายอยู่เนื่องจากน้ำท่วมไม่ถึง โดยระดับน้ำที่ท่วมในชุมชน และตลาดช่วงกลางคืนระดับน้ำจะขึ้นสูงเนื่องจากมีผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน
จากการสอบถาม พี่ตาล อายุ 53 ปี แม่ค้าในตลาด บอกว่า ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในตลาดมาได้ประมาณ 4 วันจะขึ้นแล้วลงตามน้ำทะเลที่หนุนเป็นน้ำขึ้นน้ำลง แต่วันนี้ท่วมสูงกว่าทุกวันและลงน้อย น้ำจะท่วมทุกปีท่วมมากท่วมน้อย ยกของให้พ้นน้ำเอาไว้ก่อนไม่อยากให้ท่วมเพราะมันเหนื่อยเวลาน้ำท่วมเก็บข้าวของ ถ้าน้ำท่วมสูงมากบางร้านจะย้ายไปขายหน้าอำเภอเก่าพื้นที่จะสูงน้ำท่วมไม่ถึง
พ่อค้าร้านขายของโชห่วย บอกว่า น้ำท่วมในพื้นที่ตลาดได้ประมาณ 3-4 วันแล้ว ร้านค้าของตนเองน้ำจะจ่อเข้าถึงภายในร้านแล้ว ต้องเก็บของให้พ้นระดับน้ำ ขนเก็บของยกของกันทุกปี ถ้าระดับน้ำสูงขึ้นมากกว่าจะต้องก่ออิฐป้องกันน้ำท่วมเข้าร้าน ส่วนใหญ่ลูกค้าของร้านตนเองจะเป็นลูกค้าประจำยังเดินลุยน้ำเข้ามาซื้อของกันไปใช้ไปขายของ
นางสาลี เอมมี่นอม อายุ 65 ปี แม่ค้าขายข้าวแกง ต้องประกอบอาหารเพื่อเตรียมที่จะขายในระดับน้ำที่กำลังท่วม ปกติช่วงเช้าแบบนี้น้ำจะต้องลดลงไปบ้างแล้ว แต่วันนี้น้ำท่วมสูงไม่ลดลง จะลำบากเวลาที่น้ำท่วม ต้องปรับการทำอาหารไปในแต่ละวันตามน้ำที่ขึ้นที่ลง ค้าขายกัน ทำข้าวแกงเสร็จต้องเอาไปตั้งร้านขายที่หน้าอำเภอเพราะในตลาดน้ำท่วมแล้ว
นางสาวปาริชาด ภู่ดำรง อายุ 50 ชาวบ้านในชุมชนที่ถูกน้ำท่วม ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 10 ซม. นางสาวปาริชาด บอกว่าที่บ้านมีสามีป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก 2 ขวบ น้ำจะท่วมแบบนี้ทุกปีจะมากหรือน้อย พื้นที่ตรงนี้จะต่ำ ส่วนพื้นที่สามีและหลานสาวอยู่ น้ำยังท่วมไม่ถึง
เช่นเดียวกับบ้านของนายไก่ อายุ 53 ปี ที่บ้านถูกน้ำท่วมเข้าไปภายในบ้านเก็บข้าวของบางส่วนให้พ้นน้ำบางส่วนต้องปล่อยให้จมน้ำห้องครัว ห้องนอนถูกน้ำท่วม ยังพออาศัยอยู่ได้ถ้าระดับน้ำสูงกว่านี้ต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่ตอนนี้ยังพออยู่ได้ ลำบากมากทำมาหากินประกอบอาชีพอะไรไม่ได้
นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังส่งผลกระทบถึงการประกอบพิธีทางศาสนา โดยที่มัสยิดดารุซชุนนะห์ ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่วมสูงเกือบ 2 เมตร รวมถึงบริเวณสุสานที่ใช้ฝังศพ ทำให้ไม่สามารถประกอบพิธีฝังร่างผู้เสียชีวิตได้ตามปกติ
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า เนื่องจากระดับน้ำบริเวณมัสยิดดารุซชุนนะห์และพื้นที่ฝังศพถูกน้ำท่วม จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทีม “ส.ส.เบียร์” และทีม “ชัช ตลาดไท” เพื่อเข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายร่าง นางศิริจันทร์ อายุ 62 ปี (โรคประจำตัว) ออกจากมัสยิด เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาและฝังยังสถานที่แห่งใหม่
เบื้องต้นได้ย้ายสถานที่ประกอบพิธีไปยังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามนูรุ้ลยะมาล หมู่ 5 ตำบลลุมพลี ซึ่งบริเวณดังกล่าวยังไม่ถูกน้ำท่วม ทำให้สามารถประกอบพิธีทางศาสนาและดำเนินการฝังร่างผู้เสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายร่างเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่โดยรอบมัสยิดถูกน้ำท่วมทั้งหมด อีกทั้งผู้เสียชีวิตมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างลงมาตามบันไดอย่างระมัดระวัง ก่อนนำลงเรือท้องแบน
จากนั้นต้องใช้เรือท้องแบนแล่นผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าไปตามชุมชนที่ถูกน้ำท่วม เพื่อเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามนูรุ้ลยะมาล ซึ่งเป็นจุดที่เตรียมไว้สำหรับประกอบพิธีและฝังร่าง ท่ามกลางความยากลำบากจากระดับน้ำที่ท่วมสูงและการเดินทางที่ต้องใช้เรือเป็นหลัก.


