น้ำในคลองสอง ทะลักท่วมพื้นที่วัดสายไหมสูงกว่า 60 เซนติเมตร ขณะที่ห้องคลังใต้หอสวดมนต์จมน้ำสูงถึง 5 เมตร พระสงฆ์ เร่งเสริมกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำ เมรุก็ไม่รอด ต้องเลื่อนเผาศพ

วันที่ 26 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลองสองเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นแนวเขื่อนด้านหลังวัดสายไหม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ติดกับคลองสองบริเวณรอยต่อจังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพมหานคร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบวัดเป็นวงกว้าง

พระครูโสภณภัทรเวทย์, ดร. (หลวงพ่ออ๊อด) เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา และเจ้าอาวาสวัดสายไหม พร้อมด้วยพระสงฆ์ภายในวัดกว่า 10 รูป ต้องเร่งช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบและก่อเป็นแนวคันกั้นน้ำบริเวณด้านหลังวัด เพื่อสกัดไม่ให้น้ำจากคลองสองไหลเข้าพื้นที่สำคัญภายในวัด โดยเฉพาะวิหารพระพุทธรูป โบสถ์ และโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมที่อยู่ด้านข้างวัด


จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โดยรอบวัดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณห้องคลังซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินด้านล่างหอสวดมนต์ ถูกน้ำไหลเข้าท่วมจนมิดทางเข้า ระดับน้ำภายในสูงประมาณ 5 เมตร ส่งผลให้สิ่งของภายในห้องได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ญาติโยมยืมไปใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และพัดลม จมน้ำได้รับความเสียหาย

พระครูโสภณภัทรเวทย์, ดร. (หลวงพ่ออ๊อด) เจ้าอาวาสวัดสายไหม จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและจิตอาสาในการสนับสนุน ถุงสำหรับบรรจุทราย รวมถึงขอกำลังจิตอาสาช่วยบรรจุและขนย้ายกระสอบทราย เพื่อเร่งทำแนวกั้นน้ำบริเวณด้านหลังวัด ซึ่งติดกับคลองสอง และป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่สำคัญภายในวัดเพิ่มเติม


นอกจากนี้ ยังพบว่าที่บริเวณศาลาตั้งสวดพระอภิธรรมศพและบริเวณเมรุเผาศพ น้ำท่วมสูงประมาณ 70 เซนติเมตร ทำให้การสวดศพที่ศาลาต้องงดออกไปก่อน และมีการเลื่อนกำหนดการเผาศพเนื่องจากบริเวณพื้นที่เมรุ ถูกน้ำท่วมทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่พระสงฆ์กำลังเร่งก่อแนวกระสอบทราย เป็นช่วงเวลาที่ญาติโยมเดินทางมาถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ แม้บริเวณทางเข้าวัดจะมีน้ำท่วมขัง แต่ประชาชนยังคงเดินลุยน้ำเข้ามาทำบุญและถวายภัตตาหาร โดยบางส่วนต้องนั่งถวายอาหารบริเวณด้านหน้าทางเข้าวัด ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด