"สบอ.1 สาขาสระบุรี" ประกาศยกระดับความปลอดภัย สั่งปิด "น้ำตกเจ็ดสาวน้อย-สวนรุกขชาติมวกเหล็ก" ชั่วคราว หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก เช่นเดียวกับอุทยานฯ เขาใหญ่ ประกาศปิด "น้ำตกโกรกอีดก" 2 วัน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเข้ม

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความระบุว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ประกาศยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด สั่งการหน่วยงานในสังกัด ทั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย และสวนรุกขชาติมวกเหล็ก ปิดการท่องเที่ยว และงดกิจกรรมทุกประเภทเป็นการชั่วคราว หลังเกิดฝนตกหนักสะสม ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยมวกเหล็กเพิ่มสูงขึ้น และไหลเชี่ยวกราก เสี่ยงเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

นายสุทิน พรหมปลัด ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมไหลลงสู่ลำห้วยมวกเหล็กอย่างรวดเร็ว จนเกิดสภาวะน้ำป่าไหลหลาก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว สบอ.1 สาขาสระบุรี จึงได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย และสวนรุกขชาติมวกเหล็ก ออกประกาศปิดให้บริการท่องเที่ยวและงดทำกิจกรรมทุกประเภทเป็นการชั่วคราวในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นเวลา 1 วัน เพื่อประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายปกครอง ทองเนื้อแข็ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย กล่าวว่า สวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวคือสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเกิดสภาวะกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ทางอุทยานฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกงดให้บริการบริเวณน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ชั้น 1 ถึง ชั้น 7 และน้ำตกเกาะสีชังทันที พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมความพร้อมของสถานที่ให้ปลอดภัยสูงสุดก่อนเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง

ขณะที่ นางสาวจุฑามาศ ไม้สุข หัวหน้าสวนรุกขชาติมวกเหล็ก กล่าวเสริมว่า ทางสวนรุกขชาติมวกเหล็กได้ติดตามปริมาณน้ำในลำห้วยมวกเหล็กอย่างใกล้ชิด และเห็นพ้องว่าการสั่งหยุดกิจกรรมการท่องเที่ยวชั่วคราวเป็นเวลา 1 วัน เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่สำรวจความแข็งแรงของต้นไม้ใหญ่และโครงสร้างโดยรอบพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ลำห้วยมวกเหล็กถือเป็นสายน้ำธรรมชาติสำคัญที่รองรับน้ำจากเทือกเขาในเขตจังหวัดสระบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงฤดูฝนเมื่อมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง กระแสน้ำจะไหลผ่านทั้งพื้นที่สวนรุกขชาติมวกเหล็กและลงสู่ตัวน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

การบูรณาการแจ้งเตือนและปิดพื้นที่ชั่วคราวของทั้งสองหน่วยงาน จึงเป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการสำรวจความเสียหาย ประเมินระดับน้ำ รวมถึงทำความสะอาดสิ่งขวางทางน้ำเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ก่อนจะพิจารณาเปิดให้บริการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งจะมีการประกาศแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป

อุทยานฯ เขาใหญ่ ประกาศปิดการท่องเที่ยว "น้ำตกโกรกอีดก" 2 วัน 

ขณะที่ทางด้าน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกโกรกอีดก ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 2 วัน เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้ปริมาณน้ำป่าไหลหลากและกระแสน้ำในลำห้วยเชี่ยวกราก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่

โดย นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า การสั่งปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการขานรับนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ยึดถือความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย

“แม้ในขณะนี้ สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกโกรกอีดกจะเริ่มลดระดับ และกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม แต่ทางอุทยานฯ ยังคงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังเฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์น้ำ และติดตามสภาพอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบที่สุดก่อนที่จะพิจารณาเปิดให้บริการท่องเที่ยวอีกครั้ง” นายชัยยา กล่าว

สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจสภาพเส้นทางศึกษาธรรมชาติและพื้นที่โดยรอบน้ำตกโกรกอีดกอย่างละเอียด หากพบว่าระบบความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมมีความพร้อมเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการแจ้งเปิดการท่องเที่ยวให้ประชาชนทราบทันที ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติอย่างปลอดภัย




ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช