"ครูแอ๊ด" เสียใจ หลังไฟไหม้บ้านที่อยุธยา เผาโลงบรรจุร่าง "ภรรยา" ที่เสียชีวิตมา 20 ปี บอก "ขอโทษที่ดูแลได้ไม่ดีพอ" ครอบครัว-หน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าดูแลสภาพจิตใจ
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.ต.สกล โตจีน สว.(สอบสวน) สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนวัดค่าย ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ใกล้เคียงหลายคัน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ เข้าระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงหลายคันไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องลากสายฉีดน้ำเข้าไป โดยเพลิงลุกไหม้บ้านหลังหนึ่ง ชั้นล่างก่อสร้างด้วยปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง ระหว่างเข้าระงับเหตุ พบเสียงระเบิดจากถังแก๊สดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง พร้อมประสานการไฟฟ้าเข้าตัดกระแสไฟ เพื่อป้องกันอันตราย ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ เหลือเพียงกลุ่มควัน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหลัง
สำหรับบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายพรพิสิฐ บำรุงพฤกษ์ อายุ 85 ปี อดีตครู ซึ่งขณะเกิดเหตุชาวบ้านได้เข้าไปช่วยเหลือนำตัวออกจากบ้านมาได้อย่างปลอดภัย โดยนายพรพิสิฐพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ลูกสาวทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนลูกชายจะแวะเวียนมาหาเป็นครั้งคราว
อย่างไรก็ตาม ภายในบ้านยังมีร่างของนางสมพร ซึ่งเป็นภรรยาของนายพรพิสิฐ และเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 กว่าปี โดยนายพรพิสิฐยังคงเก็บรักษาร่างของภรรยาไว้ในโลงไม้บนบ้าน เนื่องจากยังมีความผูกพันและระลึกถึงภรรยาที่จากไป
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปในบ้าน เพื่อนำร่างของนางสมพร ออกมา แต่พบว่าร่างของนางสมพร ถูกไฟไหม้เหลือแต่กระดูก บริเวณชั้นล่างของบ้าน
จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้าน ทราบว่า นายพรพิสิฐ มีการเก็บไม้เก่าไว้บริเวณข้างบ้านเป็นจำนวนหนึ่ง และโดยปกติจะจุดเตาถ่านเพื่อหุงข้าวและทำอาหารให้สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นประจำ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน บริเวณบ้านดังกล่าวเคยเกิดเหตุไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้และไม่ได้ลุกลามรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ในครั้งนี้
ล่าสุด นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวครูแอ๊ด พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ยังได้ประสานทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจของครอบครัว หลังต้องเผชิญกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งสำคัญ ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน และสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
สำหรับลูกชายของครูแอ๊ด ซึ่งปฏิบัติงานอยู่กับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับอนุญาตให้ลางานเพื่อกลับมาดูแลครอบครัวและช่วยจัดการสิ่งของภายในบ้าน หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักร หรือรถบรรทุกในการขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ อบจ.ก็พร้อมสนับสนุนตามความเหมาะสม
นายเกียรติภัทรชัย บำรุงพฤกษ์ อายุ 39 ปี ลูกของครูแอ๊ด เปิดเผยว่า พ่อและแม่รักและดูแลกันมาตลอด หลังแม่เสียชีวิต พ่อยังทำใจไม่ได้และไม่ต้องการฌาปนกิจศพ เพราะยังคงมีความรักและความผูกพันอย่างมาก ลูก ๆ จึงเคารพการตัดสินใจของพ่อ และยอมให้เก็บร่างของแม่ไว้บนชั้น 2 ของบ้าน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักของทั้งสองคน
โดยวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จะครบรอบ 20 ปีการเสียชีวิตของแม่ แต่กลับเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นเสียก่อน ทำให้โลงและร่างของแม่ที่พ่อเก็บรักษาไว้ได้รับความเสียหาย สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวอย่างมาก นอกจากบ้านและทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว ทองคำที่สะสมไว้เกือบ 5 บาท รวมถึงพระเครื่องเลี่ยมทองบางส่วน ก็ถูกเพลิงไหม้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม หลังเข้าตรวจสอบกองเถ้าถ่านในช่วงเช้า ครอบครัวยังพบสร้อยคอบางส่วนของครูแอ๊ดอยู่ในกองเถ้าถ่าน สร้างความดีใจให้กับครูแอ๊ด เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางจิตใจและเก็บสะสมมานาน
ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายต่อไป
ครูแอ๊ด เล่าเหตุการณ์ด้วยความสะเทือนใจว่า ขณะเกิดเหตุได้พยายามนำน้ำมาช่วยดับไฟ แต่เกิดล้มจนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลตามร่างกายและบริเวณหน้าผาก เมื่อเห็นว่าเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ จึงตะโกนเรียกให้คนช่วย
คุณตายอมรับว่า ในช่วงวินาทีนั้น สิ่งเดียวที่เป็นห่วงและนึกถึงคือ “ศพของแม่บ้าน” (ภรรยา) ที่ตนเองเก็บรักษาไว้ในบ้านมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากความรักและผูกพัน แต่ด้วยความตกใจและไฟที่โหมไหม้รวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ไม่สามารถเข้าไปนำศพออกมาได้ ตลอดเวลาที่เก็บศพภรรยาไว้ ดูแลและทำอาหารให้อย่างดี แม้ภรรยาจะเสียชีวิตไปแล้ว และอยากขอโทษภรรยาที่ดูแลได้ไม่ดีพอ โดยมื้อสุดท้ายก่อนเกิดเหตุยังได้จัดเตรียมข้าวเหนียวน้ำกะทิไว้ให้ พร้อมระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดีเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
ทั้งนี้ ทางญาติและลูกๆ ได้ช่วยกันเก็บกระดูกของคุณยายเอาไว้ก่อนเพื่อรอปรึกษากันอีกครั้ง ส่วนคุณตาอยู่ในความดูแลของลูกๆ และได้รับกำลังใจจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่