เผยอัยการฟ้องเบนซ์ เรซซิ่ง และเครือข่ายบอย นาคคำ รวม 3 คน ฐานสมคบกันค้ายา-ร่วมกันฟอกเงิน ระบุสามีนางเอกสาว รับโอนเงิน 53 ครั้งกว่า 11 ล้านบาท อัยการคัดค้านประกัน ศาลนัดสอบคำให้การ 29 พ.ค.นี้...
วันที่ 26 พ.ค. ตามที่ นักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถชื่อดัง, นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี และ น.ส.อังสุพร หรืออุ้ม อินา อายุ 29 ปี ภูมิลำเนา จ.น่าน ทั้งหมดอาชีพรับจ้าง เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3,4,6,10,14 และพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 ,5,9, 60 (ฟ้องแล้ว เบนซ์ เรซซิ่ง กับพวก3คน สนับสนุนค้ายาฯ อัยการฝ่าฝนยื่นก่อนศาลปิด)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายละเอียดของคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือนพ.ย.2559-2 ก.พ.2560 จำเลยทั้งสามกับนายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำ อย.2187, 1883, 1257/2560 ของศาลอาญา, นายชัยวัฒน์ หรือแป๊ะ ชูสาย จำเลยคดีอาญายาเสพติดซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว กับพวกที่หลบหนีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้าและเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งดำเนินการจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ที่นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง
...
โดยนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาวรจักร ส่วนนายสรรเสริญ จำเลยที่ 2 และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 ร่วมกันเปิดบัญชี ธนาคารกสิกรไทย ใช้ชื่อของ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยได้จัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารบุคคลตามคำสั่งของ นายณัฐพล จำนวนหลายครั้ง
ขณะที่นายณัฐพลก็ได้มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นไปยังบัญชีของจำเลยที่ 1-3 หลายครั้ง ขณะที่พวกจำเลยเมื่อได้รับเงินก็จะโอนกลับคืนไปนายณัฐพล และโอนไปยังบัญชีธนาคารของ ณปภา หรือแพท ตันตระกูล หลายครั้ง และนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ยังนำเงินที่ได้รับจากนายณัฐพล ไปซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ราคาแพง ซึ่งอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับโอนเงินจากนายณัฐพลในบัญชีชื่อบุคคลต่างๆ และจากจำเลยที่ 2-3 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2557 จนถึง วันที่ 1 ก.พ. 2560 รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท ซึ่งเป็นการซุกซ่อนเพื่อปกปิดแหล่งที่มาหรืออำพรางการได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อมิให้นายณัฐพลต้องรับโทษ เหตุเกิดที่แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง, แขวงคลองจั่น, เขตบางกะปิ, แขวงจอมพล เขตจตุจักร และแขวง-เขตดินแดง กทม.เกี่ยวเนื่องกัน
ต่อมา จำเลยทั้งสามได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 6 และ 28 มี.ค.2560 ชั้นสอบสวนนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสรรเสริญและ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ท้ายคำฟ้อง อัยการระบุด้วยว่าหากจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านเนื่องจากเกรงว่า มีพฤติการณ์เป็นกระบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า การกระทำเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต จึงเกรงว่า จำเลยทั้งสามจะหลบหนี อย่างไรตามหากจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพต่อศาล โจทก์ก็ประสงค์จะสืบพยานประกอบคำรับสารภาพด้วย
ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำหมาย อย.2201/2560 โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 29 พ.ค.เวลา 09.00 น.