หลังประชุมร่วม 4 ฝ่าย ได้ข้อสรุป “อุเทนถวาย” ประกาศยุติชุมนุม ยืนยันยุติทะเลาะวิวาท "ปทุมวัน" ลั่นเดินหน้าสู้ต่อปมกรรมสิทธิ์ที่ดิน
วันที่ 22 ต.ค. นายจิรัฐิติ พันธุ์มณี นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ให้สัมภาษณ์หลังประชุม 4 ฝ่ายร่วมกับ รัฐมนตรี อว., บช.น., มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหาทางออกและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน กรณีข้อพิพาทเรื่องพื้นที่และปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันว่า อุเทน พร้อมประกาศยุติการชุมนุมและเดินทางกลับ เนื่องจากได้รับข้อตกลงเรียบร้อยตามที่ต้องการแล้ว
สำหรับการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท ทางอุเทนถวาย ศิษย์เก่า และคณาจารย์ ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และปฏิญาณว่าจะหยุดการทะเลาะวิวาทที่เคยเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่งในที่ประชุมร่วมกับทางช่างกลปทุมวัน ทั้งอธิการบดีและนายกสมาคมศิษย์เก่าช่างกลปทุมวัน ต่างแสดงความยินดีที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหานี้ในรายละเอียดต่อไป
ในส่วนประเด็นเรื่อง "ที่ดิน" และคำสั่งของรัฐมนตรีที่ 120/2559 ซึ่งยึดหลักต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ทางฝั่งอุเทนถวายยังคงมีข้อโต้แย้งว่ามติ ครม. ดังกล่าวระบุไว้เพียงเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อยุติหรือข้อสรุปสิ้นสุดที่จะนำมาใช้เป็นข้อบังคับในการย้ายได้ทันที ทั้งนี้ ทางอุเทนถวายยังคงยืนยันที่จะสู้กับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินต่อไป เนื่องจากมองว่าตนมีความชอบธรรมและมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเช่นเดิม
ส่วนช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน คาดว่ากินเวลาประมาณ 2 ปี ทางกระทรวง อว. จะเข้ามาดูแลจัดสรรห้องปฏิบัติการ (Lab) และห้องเรียนร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่าย เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนต่อได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
ทั้งนี้มีรายงานว่า หลังการประชุมร่วมกัน มีมติว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น, งดการเรียนการสอนในพื้นที่ ชูหัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน" และเพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด ได้มีการพูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
พร้อมเคาะมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม ลดค่าเทอม 50% และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์ที่ต้องย้ายไปสอนในพื้นที่ใหม่ ดึงเครือข่าย มทร. และการยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน


