น้ำท่วมวิกฤต แฟลตคลองจั่น ระดับน้ำท่วมสูง ประชาชนวอนช่วยเหลือด่วน หลายคนอพยพออกมาข้างนอก แต่ยังมีคนแก่-ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ภายใน ไม่มีไฟฟ้า-อาหาร


วันที่ 27 กันยายน 2569 มีรายงานว่า ช่วงเช้าที่เขตบางกะปิ ตรงบริเวณหน้าเดอะมอลล์ และแยกแฮปปี้แลนด์ ระดับน้ำยังสูงประมาณช่วงเอว พร้อมกับยังมีปริมาณฝนที่ตกปรอยลงมา ขณะที่แฟลตคลองจั่น ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น อยู่กันอย่างยากลำบากเนื่องจากไม่มีไฟฟ้า

ทั้งนี้พบว่า ประชาชนบางส่วนที่ทยอยออกมาจากแฟลตคลองจั่นและมาขอความช่วยเหลือที่จุดกองอำนวยการ พบนางกัญญา อายุ 62 ปี และปิยะธิดา อายุ 28 ปี ผู้ประสบภัยกำลังยืนร้องไห้กันอยู่ เมื่อเข้าไปสอบถามได้บอกว่า ตนเองพักอาศัยอยู่ภายในแฟลตคลองจั่น ชั้น 4 ซึ่งตนเองกับลูกชายและลูกสาวก็อยู่ด้วยกัน ซึ่งเมื่อเช้านี้ลูกชายตนเอง คือนายหนึ่ง เกียรติศักดิ์ ลอยคอตามน้ำออกจากแฟลต เพื่อจะไปหาอาหารมาตุนไว้รับประทานในครอบครัว เนื่องจากเมื่อคืนนี้ไม่มีข้าวกินเลย ประกอบกับไม่มีไฟฟ้าและน้ำ ต้องอยู่อย่างยากลำบากมาก

จนเมื่อเช้านี้ลูกชายตนเองได้ลอยคอตามน้ำเพื่อจะไปหาข้าว แต่เขาไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป ทำให้ตนเองติดต่อลูกชายไม่ได้เลย ตนเองโทรศัพท์คุยกับทางแฟนของลูกชาย ตัวเขาปลอดภัยดี แต่ตอนนี้ลูกชายตนเองนั้นยังไม่รู้ว่าเขาไปอยู่จุดไหนแล้ว และน่าจะยังลอยคออยู่ในน้ำเพื่อหาจุดที่ปลอดภัย ตนเองรู้สึกกังวลใจมาก เพราะยังไม่รู้ความเคลื่อนไหวของลูกชายกลัวว่าจะเป็นอันตราย

ที่สำคัญตนเองอยู่อาศัยภายในแฟลตคลองจั่นมาหลายสิบปี เพิ่งจะมาเจอครั้งนี้เป็นครั้งแรกในเรื่องของน้ำท่วมสูงหนักขนาดนี้

ขณะที่นายนัทพงษ์ อายุ 29 ปี และนางสาวเพชรไพลิน อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ที่หอบอุ้มลูกออกมาจากแฟลตคลองจั่น เพื่อจะเดินทางไปอยู่กับญาติที่แถวรามอินทรา บอกกับทีมข่าวว่า ต้องรีบขนสัมภาระสำคัญ และของใช้ของลูกน้อย ออกมาจากแฟลตคลองจั่นก่อน เนื่องจากตอนนี้ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น และเมื่อคืนนี้อยู่กันอย่างยากลำบากเนื่องจากไม่มีไฟฟ้า และเรื่องอาหารการกินที่ไม่สามารถออกไปหาได้ และไม่มีใครนำมาส่งด้วย เมื่อคืนนี้ตนเองต้องทนหิว ทนอยู่ และสงสารลูกน้อยมาก ตนเองต้องใช้พัดหรือสมุดในการพัดวีให้ลูกแทน เพราะไม่มีไฟฟ้า

ตอนนี้ตนเองไม่อยากเสี่ยงที่จะอยู่ในพื้นที่แล้ว ต้องขอออกจากพื้นที่ก่อน แต่ยังมีชาวบ้านบางส่วนในแฟลตคลองจั่นที่ยังคงอยู่อาศัยกัน เนื่องจากบางคนเป็นทั้งผู้ป่วยติดเตียง และคนแก่ชราจำนวนมาก ที่ยังไม่มีที่ไป และบางคนอาจจะยังห่วงทรัพย์ ตนเองจึงอยากให้ทางหน่วยงานรีบเข้าไปช่วยคนในแฟลตคลองจั่นด้วย หรืออยากจะให้คนในแฟลตคลองจั่นออกมาจากพื้นที่และไปอยู่อาศัยที่จุดอื่นก่อน


ขณะที่บรรยากาศแฟลตคลองจั่น ตึก 30 พบว่า มีประชาชนมายืนรอเพื่อหวังรอรับข้าวปลาอาหารหรือน้ำดื่มจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิกันจำนวนมาก และมีนายสุภกิจ 60 ปี และนายเมธากุล อายุ 45 ปี ที่พักอาศัยอยู่ชั้น 3 มารอรับอาหารและน้ำกับทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิ บอกว่า ตั้งแต่เมื่อคืนนี้คนในแฟลตไม่สามารถออกไปข้างนอกได้เลย เนื่องจากเต็มไปด้วยระดับน้ำที่สูงขึ้นจนถึงหลังคารถยนต์ ประกอบกับไม่มีข้าวปลาอาหารสำหรับบริโภคในแต่ละห้องเลย ไฟฟ้าและน้ำที่ไม่มีใช้ ซึ่งเมื่อคืนนี้ต้องอยู่กันอย่างยากลำบากมาก หลักๆ เลย สิ่งที่ต้องการคืออาหารและน้ำ เป็นสิ่งหลักที่ต้องมีให้กับคนในแฟลตก่อนในตอนนี้ เพราะเรื่องของระดับน้ำที่ท่วมอยู่ตอนนี้นั้นคงต้องรอเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์น่าจะลดลงทั้งหมด

ส่วนในด้านของเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ตนเองอยากจะสะท้อนไปถึงทางหน่วยงานหรือรัฐบาลว่า พอถึงเวลากลับไม่มีใครมาเหลียวแลชาวแฟลตคลองจั่นกันเลย ไม่เหมือนกับตอนที่หาเสียงเลือกตั้ง เข้ามาหาเสียงได้ถึงที่ แต่พอถึงเวลาที่ประชาชนที่เคยใช้สิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว กลับเกิดความเดือดร้อนขึ้นมา ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลย

ด้าน คุณฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ภารกิจวันนี้ตั้งใจจะมาดูสถานการณ์เพื่อประเมินความช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วมที่แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งตั้งแต่เช้าวันนี้สถานการณ์น้ำยังคงตัวอยู่ ประกอบกับประชาชนตอนนี้อยู่ในสภาวะเครียด เนื่องจากตั้งแต่เมื่อคืนนี้ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำใช้ และไม่มีอาหารรับประทาน และอาหารที่สะสมไว้ก็เริ่มหมดลง ซึ่งวันนี้ทางรัฐมนตรีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้มีการประสานไปยัง ปตท. เพื่อนำสิ่งของเข้ามาช่วยเหลืออีกทาง

ซึ่งตั้งแต่เช้ามาพบว่ามีชาวบ้านเริ่มพยายามช่วยเหลือตัวเอง ได้เข้ามาแจ้งที่มูลนิธิสยามรวมใจ เพื่อต้องการให้นำเรือเข้าไปรับส่ง เพื่อออกมาหาเสบียง แต่หลักๆ ก็ได้มีการพูดโน้มน้าวประชาชนให้เข้าใจว่า ถ้าหากการอยู่ภายในแฟลตนั้นลำบากหรือเครียด ขอให้รีบอพยพออกมา เนื่องจากระดับน้ำในแฟลตคลองจั่นยังสูงอยู่ ประกอบกับเรื่องอาหาร เรื่องไฟ เรื่องน้ำที่ถูกตัดไปแล้วด้วย ก็อาจจะเกิดความลำบากในส่วนหนึ่งแน่นอน และสิ่งที่ตามมาอีกก็คือแบตโทรศัพท์มือถือหมด เนื่องจากไม่มีไฟ ทำให้หลายคนอาจจะเกิดความเครียด ความกดดันเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ทางสำนักงานเขตบางกะปิก็กำลังเข้าช่วยเหลือกันในส่วนหนึ่งอยู่ และระดมความช่วยเหลือ เพราะตอนนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน และอย่างไรก็ตามตนเองอยากจะฝากประชาชนเรื่องไฟฟ้า เนื่องจากเมื่อวานนี้มีเคสผู้ประสบภัยที่อยู่ในแฟลตคลองจั่น ถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตแล้ว วันนี้ทางการไฟฟ้านครหลวงจึงตัดสินใจตัดไฟฟ้าทั้งหมดลง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน