รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันรื้อถอนซากตึก สตง. ถล่มทั้งหมดทันสิ้นเดือน เม.ย. อาจจะบวกลบเล็กน้อย พร้อมเตรียมเสนอปรับเกณฑ์เยียวยาที่พักจากเหตุแผ่นดินไหวต่อสภา พรุ่งนี้ (21 เม.ย. 68)

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 เม.ย. 68 น.ส.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการรื้อถอนและค้นหาร่างผู้สูญหายภายใต้ซากตึกอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. พังถล่ม

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สปภ. เปิดเผยว่า ผลจากการดำเนินงานเมื่อวาน (19 เม.ย. 68) ที่ผ่านมา พบกระดูกและชิ้นส่วนผู้ประสบภัยจำนวน 18 เคส แต่ไม่พบเป็นร่าง นอกจากนี้ยังพบทรัพย์สินมีค่า อาทิ กระเป๋าเครื่องมือ 9 ใบ และโทรศัพท์มือถือ ในส่วนของการลดระดับความสูง

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. บริเวณโซน B และ C อยู่ที่ 9.81 เมตร โซน A และ D อยู่ที่ 11.51 เมตร รถบรรทุกวิ่งขนวัสดุรวม 242 เที่ยว ใช้น้ำมันเพิ่มกว่า 1,000 ลิตร รวมเป็น 6,374 ลิตร สาเหตุเกิดจากพื้นที่ที่นำวัสดุไปกองนั้นมีข้อจำกัด

แผนในวันนี้คือจะดำเนินการต่อเนื่องทั้ง 4 โซน จะเน้นขนวัสดุออกจากโซน C ปรับใช้รถขนาดเล็ก 6 ล้อ ของ กทม. เนื่องจากมีความคล่องตัวกว่ารถคันใหญ่เพราะถนนค่อนข้างแคบโดยนำไปเสริมรวมกับรถทหารซึ่งจะทำให้วิ่งได้จำนวนเที่ยวมากขึ้น ส่วนโซน B มีการขุดด้านข้างไปถึงจุดที่ทีมนานาชาติเคยแจ้งว่าพบสัญญาณชีพแล้วเหลือเพียง 1 เมตร โดยมีเป้าหมายจะเข้าถึงให้ได้ภายในวันนี้ ขณะนี้ทุกอย่างยังอยู่ในไทม์ไลน์ที่วางไว้

ด้าน น.ส.ทวิดา รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า การพบชิ้นส่วนและต้องหยุดการทำงานของเครื่องจักรจะทำให้ล่าช้ามากขึ้น เนื่องจากต้องใช้ความละเอียดมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเม.ย. นี้ อาจจะบวกลบเล็กน้อย ส่วนเรื่องการรวมร่างให้สมบูรณ์จากชิ้นส่วนที่พบนั้น ยอมรับว่า อาจจะไม่ครบถ้วนเนื่องจากแรงกระแทกทำให้กระดูกแหลกหรือการย่อยสลายของชิ้นส่วนเพราะผ่านมาระยะเวลาค่อนข้างนานแต่จะทำให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยจะหยุดค้นหาจนกว่าทุกอย่างจะเป็นศูนย์

...

ในส่วนของการจราจรบริเวณถนนหน้าตึกแดงเปิดการจราจรแล้วบางส่วนและเตรียมจะย้ายรถและของเพื่อจัดระเบียบ เพราะเข้าใจว่ากระทบต่อผู้ค้า ได้หารือผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเบื้องต้น

สำหรับบ้านและที่พักของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ตัวเลขเงินเยียวยาค่อนข้างน้อยเกินไปนั้น รองผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า น้อยจริง วันพรุ่งนี้ (21 เม.ย. 68) ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปชี้แจงในสภาเพื่อขอปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาเป็นกรณีพิเศษ อาจมีการขยับแต่คงต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา