“โอไมครอน” แพร่ได้ไม่น้อยกว่าเดลตา ยังบอกไม่ได้อาการน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น

ข่าว

    “โอไมครอน” แพร่ได้ไม่น้อยกว่าเดลตา ยังบอกไม่ได้อาการน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 พ.ย. 2564 10:06 น.

    “นพ.ยง” ชี้ “โควิดสายพันธุ์โอไมครอน” ยังใหม่เกินไปที่จะบอกว่าอาการน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น มอง แพร่กระจายโรคได้ไม่น้อยกว่าเดลตา ย้ำ การฉีดวัคซีนและมาตรการป้องกันตัวเองยังสำคัญ

    วันที่ 29 พ.ย. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โพสต์ข้อความถึงกรณีโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอไมครอน (Omicron) ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า ขณะนี้ทั่วโลกให้ความสนใจมากกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน เพราะการกลายพันธุ์เฉพาะในส่วนหนามแหลม สามารถเก็บจากการกลายพันธุ์ที่เกิดในสายพันธุ์อัลฟา เบตา และเดลตา มาแล้ว ยังเพิ่มตำแหน่งการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก 30 ตำแหน่ง สำหรับสิ่งที่จะต้องตอบคำถามขณะนี้ คือ

    1. ไวรัสนี้ติดง่ายแพร่กระจายง่ายหรือไม่

    จากการดูพันธุกรรมไวรัสนี้ พัฒนาเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายง่ายอยู่แล้ว อย่างน้อยการแพร่กระจายของโรคก็ไม่น่าจะน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

    2. ความรุนแรงของโรคโควิด-19

    จากข้อมูลที่ได้มาจากแอฟริกาใต้เบื้องต้นในหลายครอบครัว พบว่าสายพันธุ์นี้มีอาการไม่มาก ทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแล้วและไม่ได้รับวัคซีน โดยธรรมชาติของไวรัสที่แพร่กระจายง่าย ไวรัสเองก็ต้องการมีชีวิตอยู่ยาวนาน หรือแพร่พันธุ์ได้ยาวนาน ในการศึกษาในอดีตสำหรับไวรัสตัวอื่น ที่มีการถ่ายทอดลูกหลานมายาวนาน หรือการเพาะเลี้ยงจากรุ่นต่อรุ่นไปยาวๆ จะพบว่าความรุนแรงจะลดน้อยลง ในอดีตการทำวัคซีนจึงใช้วิธีการเพราะเลี้ยงไปเรื่อยๆ 30-40 ครั้ง ก็จะได้ไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ลง แล้วเอามาทำวัคซีนเช่นการทำวัคซีนโปลิโอชนิดเชื้อเป็น

    สำหรับไวรัสตัวนี้ยังใหม่เกินไปที่จะบอกว่าอาการของโรคลดน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น จะต้องดูจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ผลการรักษา อัตราการเสียชีวิต ระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาล เปรียบเทียบกับสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ เช่น สายพันธุ์เดลตา

    3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการหาพันธุกรรมในการวินิจฉัยที่เรียกว่า RT-PCR ยังใช้ได้ดีอยู่หรือไม่

    จากการที่ได้พิจารณาตามรหัสพันธุกรรม อย่างน้อยการตรวจทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่จะใช้ N gene อย่างน้อย 1 ยีนส์ ในตำแหน่งของ N gene เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างคงที่ ไม่มีผลกับการตรวจ แต่อาจจะมีผลต่อการตรวจในยีน RdRp ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบที่ใช้กันอยู่ ซึ่งที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์ที่ทำอยู่ขณะนี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบตามรหัสพันธุกรรมก็พบว่ายังสามารถใช้ได้ดี ส่วนของบริษัทต่างๆ ก็คงต้องมีการตรวจสอบโดยเฉพาะในส่วนของยีนอื่นที่ไม่ใช่ N ยีนส์

    4. การศึกษาตำแหน่งพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงบนหนามแหลม

    มีความน่าสนใจมาก ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น สิ่งที่จะต้องศึกษาอย่างยิ่งก็คือจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดที่ใช้สไปรท์เพียงตัวเดียวลดลงหรือไม่ เช่น ไวรัส Vector และ mRNA การตอบสนองต่อ T และ B เซลล์เป็นอย่างไร ต้องมีการศึกษาอย่างเร่งด่วน

    5. การเตรียมตัวในการพัฒนา ทั้งวัคซีน และการรักษา

    แต่เดิมคิดว่าวัคซีนในเจนเนอเรชันที่ 2 จะต้องเป็นสายพันธุ์เบตา แต่ต่อมากลับพบว่าสายพันธุ์เบตาสู้สายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วไม่ได้เลย สายพันธุ์เดลตาหลบหลีกภูมิต้านทานที่ใช้อยู่เดิมที่เป็นสายพันธุ์อู่ฮั่นไม่มาก ดังนั้น วัคซีนที่ใช้อยู่จึงสามารถที่จะใช้ได้กับสายพันธุ์เดลตา วัคซีนไม่มีการคิดที่จะเปลี่ยนสายพันธุ์ แต่ขณะนี้เมื่อเป็นสายพันธุ์โอไมครอน คงต้องรอการศึกษา รวมทั้งประสิทธิภาพของ Monoclonal antibodies ที่วางจำหน่ายแล้ว และยาที่วางแผนในการรักษา

    6. การสื่อสารทางด้านสังคม

    ขณะนี้มีการตื่นตัวกันอย่างมาก ดังนั้น ข้อมูลที่ให้กับประชาชนทั่วไปจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ใช้ความจริง เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มากกว่าความรู้สึก ในการแพร่กระจายข่าวออกไป ในบางครั้งมีผลกระทบทางจิตใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข่าวที่ไม่เป็นความจริง และการ bully ในสังคม ไม่ได้ช่วยอะไรเลยต่อภาพรวม

    7. การวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และการถอดรหัสพันธุกรรม

    ในภาวะเช่นนี้เราต้องการเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และการทดลองมาตอบคำถามทั้งหมด การถอดรหัสพันธุกรรมจะต้องดำเนินการต่อไปและเพิ่มจำนวนขึ้นให้ได้เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง สำหรับประเทศไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน เกือบ 2 ปีมีการถอดรหัสพันธุกรรมไปทั้งตัว ประมาณ 6,000 ตัว ถือว่าไม่มากถ้าเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ป่วยถึง 2 ล้านคน ขณะนี้การถอดรหัสพันธุกรรมหลักจะอยู่ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทำได้เป็นจำนวนมาก ในสถาบันโรงเรียนแพทย์เป็นส่วนเสริม สำหรับที่ศูนย์จะถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวเพียงเดือนละ 30 ตัว และถอดส่วนของสไปรท์อีกเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ การพัฒนาการตรวจจำเพาะหาสายพันธุ์เลยซึ่งทำได้เร็วมาก ก็ได้พัฒนามาโดยตลอด การตรวจหาสายพันธุ์สามารถทำได้ตั้งแต่ตรวจหาจำเพาะ ตรวจหาตำแหน่งที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม กับการถอดรหัสทั้งตัว ที่ศูนย์ทำมาตลอดในการเฝ้าระวังในประเทศไทย

    8. สายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นถ้าหลบหลีกภูมิต้านทาน

    จะทำให้ลดประสิทธิภาพของวัคซีนลง แต่ไม่ใช่ว่าวัคซีนจะไม่ได้ประสิทธิภาพเลย เช่น วัคซีนเคยได้ประสิทธิภาพ 90% สายพันธุ์ใหม่อาจจะลดลงมาเหลือ 70-80% ดังนั้น การฉีดวัคซีนก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้มากที่สุด และทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการป่วยและเสียชีวิต เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าไวรัสนี้ไม่หมดไปอย่างแน่นอน ถ้าทุกคนมีภูมิต้านทาน ถึงแม้จะเป็นบางส่วนก็จะลดความรุนแรงของโรคลง ลดการป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิต จะทำให้มองดูว่าการติดเชื้อนี้เหมือนกับโรคทางเดินหายใจทั่วไป

    9. การเฝ้าระวังด้วยการเดินทาง

    ที่ผ่านมาเรารู้อยู่แล้วว่าถ้าเดินทางทางอากาศเรามีมาตรการในการดูแลอย่างดี ในอดีตไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ G หรือสายพันธุ์อังกฤษ สายพันธุ์เดลตา เข้าสู่ประเทศไทยด้วยการเดินเข้ามาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเดินมาทางฝั่งตะวันตกหรือฝั่งตะวันออกของประเทศไทย หรืออาจจะว่ายน้ำมาก็ได้ ส่วนใหญ่จะไม่บินมา เพราะเรามีมาตรการที่เข้มงวดอยู่แล้ว

    10. ในภาวะที่มีโรคระบาดทุกคนจะต้องช่วยกัน

    ทุกคนจะต้องมีระเบียบวินัย เคารพในกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขวางกฎเกณฑ์ไว้ รวมทั้งปฏิบัติตาม และสุขอนามัยจะต้องเข้มงวด เช่น ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย กำหนดระยะห่างยังคงต้องยึดอย่างเคร่งครัด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      สะเทือนวงการนางงาม! "อแมนด้า" ติดโควิด-19
      03:48

      สะเทือนวงการนางงาม! "อแมนด้า" ติดโควิด-19

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิดสายพันธุ์โอไมครอนโอไมครอนOmicronสายพันธุ์โควิดยง ภู่วรวรรณโควิด-19อาการโควิดโอไมครอนวัคซีนโควิดไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าหมอยง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพฤหัสที่ 20 มกราคม 2565 เวลา 19:59 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์