ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง คณะกรรมการบริการพัฒนาการยุติธรรมแห่งชาติ มีมุมมองด้านมืดของกระบวนการยุติธรรมทางอาญามาฝาก

กรณี “หนุ่มนอนประท้วง เกาะกลางถนนแยกรัชโยธิน หลังเกิดอุบัติเหตุ รถเมล์โดยสารทับภรรยาเสียชีวิต”

ข่าวประเภทนี้เกิดครั้งแล้วครั้งเล่าในสังคมไทย แม้ในที่สุดดูเหมือนจะได้รับการหยิบยื่นความยุติธรรมให้ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า แต่ละคนต้องใช้เวลาต่อสู้คดี กว่าจะชนะเลือดตาแทบกระเด็น!

กรณีนี้แม้ผ่านวันเกิดเหตุมาเพียง 2 เดือน แต่ดูเหมือนเนิ่นนาน สำหรับคนตกงานที่ต้องสูญเสียภรรยา ต้องมีค่าใช้จ่ายจัดงานศพ โดยยังไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ

ทั้ง ขสมก.และบริษัทประกันภัย น่าจะช่วยเยียวยาเบื้องต้นได้ตามกฎหมาย ผู้ประสบภัยจากรถมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าใช้จ่ายการปลงศพ และค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับการจัดงานศพ 35,000 บาท

ไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด? บริษัทประกันภัยมีเงื่อนไขว่าจะจ่ายให้ภายใน 7 วันเมื่อมีการร้องขอ

ปัญหาเรื่องนี้เกิดจากรถ จยย.ที่เกิดอุบัติเหตุไม่มีประกันภัยผู้ประสบภัยจากรถ แต่การไม่มี พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า ทำให้ฝ่ายที่ไม่มี พ.ร.บ.จำเป็นต้องเป็นผู้ประมาท ผู้ขับขี่ไม่ระมัดระวัง หรือทำผิดกฎจราจร

นอกจากเงินชดเชยเบื้องต้นแล้ว ผู้กระทำความผิดโดยการขับขี่ยานพาหนะด้วยความประมาท ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย

ข้อเท็จจริงว่า ใครประมาท เป็นส่วนสำคัญที่ชี้ว่า ใครรับผิดชอบ ต้องรอตำรวจ อัยการ และศาลเป็นผู้ชี้ขาด

เรื่องนี้รองผู้กำกับสอบสวน สน.พหลโยธิน อธิบายให้ผู้เสียหายทราบว่า จากการตรวจสอบรถ จยย.ผู้เสียชีวิตไม่มีประกันชีวิต และ พ.ร.บ.คุ้มครอง ทำให้ไม่ได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้น?

...

ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร แต่คาดว่า ต่างคนต่างประมาท เมื่อคดียังไม่ยุติ ขสมก.และบริษัทประกันยังไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายได้!

ปัญหาที่กระบวนการยุติธรรมต้องหันกลับทบทวนคือ “ความยุติธรรมที่ล่าช้า ก็คือความอยุติธรรม”

ทุกวันนี้กระบวนการยุติธรรมอำนวยความยุติธรรมให้สังคมได้ทันท่วงทีเพียงพอแล้ว ใช่หรือไม่?

ถ้าใช่ ทำไมข่าวประเภทนี้ยังคงมีอยู่?

สหบาท