ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดี “เจนภพ วีรพร” นักธุรกิจนำเข้ารถหรู-ทายาทพันล้านเครือ “เลนโซ่กรุ๊ป” ซิ่งเบนซ์ดำชนท้ายเก๋งฟอร์ดไฟ ลุกท่วมย่างสด 2 นักศึกษาปริญญาโทดับสยอง ฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุก 4 ปีโดยไม่รอลงอาญา จำเลยสีหน้าสลดเดินคอตกเข้าเรือนจำทันที หลังศาลแจ้งญาติต้องไปยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลฎีกา
คดีดังที่สังคมยังเฝ้าจับตาถึงบทสรุปคนรวยทำผิดจะติดคุกหรือไม่ กรณีนายเจนภพ วีรพร อายุ 38 ปี นักธุรกิจเจ้าของบริษัทนำเข้ารถหรู และทายาทพันล้านเครือ “เลนโซ่กรุ๊ป” ขับรถเบนซ์ CLS 63 สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพมหานคร กระเด็นไปไกลกว่า 200 เมตร และเกิดไฟลุกไหม้ย่างสด นายกฤษณะ หรือโต้ง ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี 2 นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตสยองคาซากรถ เหตุเกิดใกล้สะพานต่างระดับบางปะอิน ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า จ.สระบุรี หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มี.ค.59 ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายเจนภพ จำเลย เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน
ความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.1528/59 คดีหมายเลขแดงที่ 2443/60 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโจทก์ ฟ้องนายเจนภพ วีรพร จำเลย ในความผิดต่อชีวิต (ประมาท) คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และ 4 ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำคุกจำเลย ศาลอ่านสำนวนรวม 44 หน้า ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ และมีคำพิพากษาสรุปให้จำคุกนายเจนภพ จำเลย ฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา
...
หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ตำรวจศาลได้คุมตัวนายเจนภพมาควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมใต้ถุนศาล ขณะที่ญาติและทนายจำเลยได้เดินเรื่องขอยื่นประกันตัว แต่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งว่าไม่มีอำนาจให้ประกันได้ ต้องไปขออนุญาตจากศาลฎีกาเท่านั้น กระทั่งในเวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวนายเจนภพที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว สวมสูทสีดำ นุ่งกางเกงสแล็ก และมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ขึ้นรถควบคุมของเรือนจำร่วมกับจำเลยในคดีอื่นอีก 23 คน ส่งเข้าเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทันที
นายวิเชียร ชุบไธสง ในฐานะทนายของนายทิวากร ฮ้อแสงชัย และนางกมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นพ่อและแม่ของ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตาย กล่าวเพียงสั้นๆว่าต้องการทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมต่อไป