"สาวน้อย ร้อยลิ้งค์" จนมุมตำรวจ หลังมีพฤติกรรมหลอกโอนเงิน ไม่ยอมส่งของ เปิดเฟซบุ๊กปลอมหลอกขายสินค้าออนไลน์ไปทั่ว สารภาพตัดสินใจทำเพราะเคยโดนโกงแชร์จนหมดตัว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ห้องประชุมอัจฉริยะ ชั้น 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.วิไลลักษณ์ อยู่อ้น อายุ 22 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 35/326 หมู่ 1 ต.บึงคำพร้อม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และนายก๊อฟ ทัศมาลี อายุ 29 ปี 2 สามีภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา เลขที่ 92/2559 และ 93/2559 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2559 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ศูนย์การค้ามาร์เก็ตเพลส ริมถนนคลองรังสิตนครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเมื่อเวลา 00.15 น. (20 ธ.ค.) ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากการที่คนร้ายหลอกโพสต์จำหน่ายสินค้า แต่เมื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าให้กลับไม่ได้สินค้า และยังนำชื่อและข้อมูลร้านจำหน่ายสินค้าในโลกออนไลน์ไปหลอกขายของโดยที่เจ้าของร้านไม่ทราบเรื่อง รวมตัวกันเพื่อแจ้งความและโพสต์แจ้งเตือนถึงมิจฉาชีพรายนี้ กระทั่งตำรวจสามารถสืบสวนพบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.วิไลลักษณ์ โดยคนร้ายจะมีพฤติการณ์ใช้เฟซบุ๊กที่ถูกแฮก ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 200 คน มาจากชายคนหนึ่งซึ่งซื้อมาในราคา 400 บาท
...
"จากนั้นจะหลอกขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ เครื่องปั๊มลม อุปกรณ์เรือ โดยใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ขายของชื่อดัง (kaidee.com) เมื่อมีผู้เสียหายสอบถามข้อมูลของสินค้า ก็จะก๊อบปี้ลิงค์ของสินค้าชนิดนั้นมาให้ผู้เสียหายดู หรือจะเปิดหาข้อมูลสินค้าเพื่อมาตอบคำถาม เนื่องจากคนร้ายไม่มีความรู้ในเรื่องสินค้าแต่อย่างใด บางรายหลงเชื่อก็จะโอนเงินให้ตั้งแต่ 3,000-10,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารของคนร้าย แต่คนร้ายจะไม่ส่งสินค้าให้ โดยได้ก่อเหตุมาแล้ว 3 ปี สร้างความเสียหายกว่า 300,000 บาท และมีผู้เสียหายหลายร้อยคน จนได้ฉายา "สาวน้อย ร้อยลิ้งค์"
จากการสอบสวน น.ส.วิไลลักษณ์ ให้การว่า ตนมีอาชีพขายของออนไลน์ ก่อนที่ตนจะตัดสินใจก่อเหตุเมื่อหลายปีก่อนตนได้เล่น “แชร์กินดอก” ในเฟซบุ๊ก โดยครั้งแรกนำเงินไปฝาก 20,000 บาท ต่อมา 7 วัน ได้ดอกมาเพิ่ม 10,000 บาทรวมเป็น 30,000 บาท ก่อนจะถูกโกงไป ซึ่งทำให้ตนคับแค้นใจอยากได้เงินคืน ตนจึงหันมาทำบ้างเพื่อเป็นการหาเงินที่ถูกโกงไปคืนมาจึงได้ชักชวนคนอื่นมาเล่นแชร์กินดอกซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 คน วงเงินประมาณ 1 แสน แต่ก็มาถูกลูกแชร์โกงอีก ตนจึงไม่มีเงินจ่ายคนอื่นๆ
"นอกจากนี้ยังได้ขายของในเฟซบุ๊กแล้วมีครั้งหนึ่งลืมส่งของให้กับลูกค้า แต่ไม่เห็นลูกค้าทักท้วง จึงคิดว่าเงินแค่เล็กน้อยคงไม่เป็นไร จึงได้ทำพฤติกรรมดังกล่าวเรื่อยมา โดยมีการไปสมัครเข้ากลุ่มซื้อขายของต่างๆ แต่จะใช้เฟซบุ๊กที่ซื้อยูสเซอร์มาใช้ในการก่อเหตุ ที่ไม่ใช้เฟซบุ๊กของตัวเองนั้น เนื่องจากการสมัครเฟซบุ๊กใหม่จะต้องมีการยืนยันตัวตนซึ่งจะทำให้ถูกตามตัวง่าย ประกอบกับเคยเห็นมีคนโพสต์ขายยูสเซอร์ จึงได้คิดประกาศหาคนขายยูสเซอร์เฟซบุ๊ก และเลือกซื้อเฟซบุ๊กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ขึ้นไป และมีเพื่อนเกิน 200 คน มีผู้ที่ติดตามเยอะๆ กระทั่งได้มีชายคนหนึ่งมาเสนอขายเฟซบุ๊กให้ในราคา 400 บาท"
เธอสารภาพต่อว่า ตลอด 3 ปีตนได้ติดต่อซื้อเฟซบุ๊กกับชายคนดังกล่าวมาจำนวน 10 เฟซบุ๊ก ซึ่งเฟซบุ๊กที่ซื้อมา ก็เป็นเฟซบุ๊กที่ถูกแฮกมาเช่นกัน จากนั้นได้ลงขายสินค้าโดยนำรูปภาพสินค้าจากเว็บ kaidee.com มาโพสต์ขาย สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องปรับอากาศ ปั๊มเรือ อุปกรณ์การช่าง ซึ่งกลุ่มเหยื่อจะเป็นผู้ชายที่มีอายุเพราะสามารถหลอกได้ง่าย เพียงแค่ถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งให้กับเหยื่อดูเท่านี้เหยื่อก็เชื่อและโอนเงินให้ แต่ก็ไม่ได้ส่งของให้เนื่องจากไม่มีสินค้าอยู่จริง เมื่อถูกตามมากๆ ก็จะปิดเฟซบุ๊ก และหาซื้อยูสเซอร์มาหลอกคนอื่นๆ ต่อ สำหรับเงินที่ได้จากการหลอกขายของตนนำมาหมุนใช้หนี้ต่างๆ และบางส่วนส่งเงินให้ลูกที่อยู่ที่ต่างจังหวัด ตนอยากขอโทษกับการกระทำดังกล่าวตนจะไม่ทำอีกแล้ว ตนไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงใคร คิดแค่ว่าถ้ามีเงินก้อนใหญ่ก็จะลงทุนขายของและนำเงินมาคืนให้ทั้งหมด
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวอีกว่า คนร้ายรายนี้หลบหนีการจับกุมของตำรวจมาตลอด 3 ปี ด้วยการเปลี่ยนเฟซบุ๊กตลอดทำให้ยากต่อการติดตาม จึงอยากฝากให้ประชาชนที่ต้องการติดต่อซื้อขายสินค้าผ่านโลกโซเชียล ปัจจุบันมีความสะดวก และง่ายต่อการถูกหลอกลวง จึงต้องระมัดระวัง และตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด หากมีข้อสงสัยว่าอาจถูกหลอกลวง สามารถให้เบาะแสหรือสอบถามได้ที่เฟซบุ๊ก "วิเคราะห์ข่าว นครบาล" และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ตามท้องที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีต่อไป
...
ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการสืบสวน ตำรวจนครบาล ได้มีการระดมกวาดล้างผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าในห้วงวันที่ 19-28 ธันวาคม 2561 ซึ่งมีอยู่ประมาณ 18,000 หมายจับ โดยความผิดตามหมายจับส่วนใหญ่เป็นความผิดเฉพาะบุคคล ส่วนความผิดเกี่ยวกับทางโซเชียล มีจำนวน 200-300 ราย คดีร้ายแรงก็มีการจับกุมมาโดยตลอด โดยทางฝ่ายสืบสวน บก.น.1-บก.น.9 ได้ใช้ศูนย์ CCOC เป็นจุดศูนย์กลางในการประสานข้อมูลเพื่อให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวได้ตั้งเป้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าไว้ที่ 150-200 หมายจับ ซึ่งจะเป็นการปราบปรามป้องกันการก่อเหตุก่อนจะเข้าหน้าเทศกาลปีใหม่.