ผิด พ.ร.บ.อาหารโทษจำ-ปรับ เจ้าตัวนัดแถลงชี้แจง 13 พ.ค. ‘สันธนะ-เสี่ยเส็ง’ เข้าพบ ตร.งานเข้า “ออเจ้า” แม่หญิงการะเกด รองเลขาฯ อย. เผย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ “เบลล่า-ราณี” อาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงผิด พ.ร.บ.อาหาร มีโทษทั้งจำคุก หรือทั้งจำ ทั้งปรับ เตรียมส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการ รวมทั้งเรียกเจ้าตัวมาให้ข้อมูล ส่วน พ.ต.ท.สันธนะ อดีตตำรวจจอมแฉ พบพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง รับทราบข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน รวมทั้ง “เสี่ยเส็ง” กรรมการผู้จัดการใหญ่ตลาด แจ้นให้ข้อมูลกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ด้านชุดจับกุมลุยค้นที่ทำการตลาดและห้องทำงานสันธนะ ยึดเอกสารไปตรวจสอบ “น้องแบม” ตัวแทนจำหน่ายเมจิก สกิน พร้อมเหยื่อ 50 คน บุกร้อง “บิ๊กตู่” นายกฯ ที่ทำเนียบให้อายัดเงินบริษัทเพื่อนำมาคืนผู้เสียหายจากกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิดกฎหมายภายในตลาดใหม่ดอนเมือง โดยใช้เวลา 5 วันจึงเสร็จสิ้น ผลการตรวจค้นพบร้านผิดกฎหมาย 186 ร้าน ยึดสินค้าไม่มีหมายเลข อย. และสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก พร้อมสั่งปิดอาคารพลาซ่าริมน้ำ เนื่องจากรุกล้ำที่สาธารณะและต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเอาผิด นายสุชาติ โชว์วิวัฒนา หรือเสียเส็ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.ตำรวจสันติบาล อ้างว่า เป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการตลาดใหม่ดอนเมือง ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ กรณีเปิดศึกไล่ตำรวจชุดจับกุมอย่างเกรี้ยวกราดที่มาตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในพื้นที่ส่วนบุคคล ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสิทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมกำลังตำรวจ 50 นาย นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นอาคารพลาซ่าริมน้ำ บริเวณด้านหลังตลาด ตรวจค้นห้องสำนักงานของ พ.ต.ท.สันธนะ บริเวณชั้นที่ 2 และอาคารเลขที่ 199/132-133 สำนักงานของบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด โดยใช้เวลา 3 ชม. เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารกว่า 20 แฟ้ม เอกสารจำพวกใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าต่างๆ และเอกสารรายรับรายจ่าย นำทั้งหมดไปตรวจสอบที่ กก.สส.บก.น. 2 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้เปิดตลาดให้พ่อค้าแม่ค้าค้าขายเหมือนเดิมตามปกติ แต่การ ขยายผลดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่สาธารณะยังทำต่อไป โดยเชิญเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ปปง.สำนักงานเขตดอนเมือง กรมธนารักษ์ เข้าร่วมตรวจค้นหลักฐานเกี่ยวกับรายรับรายจ่าย การเสียภาษีของผู้บริหารตลาดว่าถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบเอกสารการให้เช่าของนิติบุคคล หากพบการกระทำผิดที่ทำให้รัฐเสียหายทั้งด้านภาษีก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดรอง ผบช.ทท. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีนิติบุคคล 2 ราย เป็นหุ้นส่วนกันเป็นผู้ดำเนินการตลาดแห่งนี้ ยังไม่ทราบว่าหุ้นส่วนมีเฮียอะไรบ้างหรือเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.สันธนะอย่างไร คงใช้เวลาตรวจสอบไม่นานเพราะสังคมรอคำตอบอยู่แค่ 2-3 วันน่าจะมีความชัดเจน การตรวจสอบสัญญาเช่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะเชิญผู้เช่ามาสอบปากคำทุกราย ส่วนผู้เช่าร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เชื่อว่าเป็นความผิดเฉพาะบุคคลไม่ได้เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ร้านค้าที่เปิดขายแล้วมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลป้องกันบุคคลไปเรียกเก็บค่าคุ้มครองเพื่อให้ชาวบ้านสบายใจ กรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะจะมาพบตนยืนยันว่าตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพูดคุยกับทางนิติบุคคลที่ดูแลตลาดทั้งหมด ตำรวจไม่ใช่คู่กรณีของใครแต่มาเพื่อจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายที่ สน.ดอนเมือง เมื่อเวลา 14.30 น. นายสุชาติ หรือเสี่ยเส็ง โชว์วิวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด พร้อมด้วยทนายความ เข้าพบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. และชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดโดยใช้เวลา 1 ชม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายสุชาติให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการพูดคุยกันหลายประเด็น ส่วนใหญ่ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน ตนชี้แจงว่าส่วนไหนผิดต้องดำเนินคดีตามขั้นตอน วันนี้ทางกรมธนารักษ์ได้จัดหาผู้อำนวยการสำนักกฎหมายเพื่อตรวจสอบสัญญาทั้งหมดกว่า 70 สัญญา ว่าถูกต้องหรือไม่ อยากฝากถึงตลาดในทุกๆแห่ง ต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อมาเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางมาที่ สน.ดอนเมือง เพื่อรับทราบข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.สันธนะกล่าวว่า ให้การปฏิเสธและไม่ขอให้การเพิ่มเติมแค่มารับทราบข้อกล่าวหา แต่มาครั้งหน้าตนจะเป็นผู้กล่าวหาตำรวจระดับชั้นนายพลผู้รับผิดชอบสั่งการในความผิดมาตรา 157 เพราะการเข้ามาต้องแจ้งเจ้าของพื้นที่ตลาดใหม่ดอนเมืองเพราะเป็นที่เอกชน เจ้าของจะให้เข้าหรือไม่ให้ก็ได้ มาอ้างเหตุกฎหมายเรื่องเครื่องสำอางไม่ได้ สงสัยว่าทำไมมาแต่ตลาดใหม่ดอนเมืองตลาดเครื่องสำอางแบบตนมี 10 เป้าหมาย ยื่นให้จะทำหรือไม่ต้องเอาแบบตลาดใหม่ดอนเมืองจากนี้จะติดตามดู ก่อนมารับทราบข้อกล่าวหา พ.ต.ท.สันธนะ เปิดแถลงข่าวที่ตลาดใหม่ดอนเมือง โชว์เบอร์โทรศัพท์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. บอกว่า ผบ.ตร. จะโทร.มาภายใน 30 นาที แต่ก็ไม่โทร.มา พ.ต.ท. สันธนะจึงโทร.ไป 2 ครั้ง แต่ไม่รับสาย ผ่านไป 1 ชม. พล.ต.อ.จักรทิพย์จึงโทร.มา แจ้งว่าเดินทางไปกับทาง ครม.สัญจร ที่ จ.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.สันธนะบอกกับ ผบ.ตร.ว่า ให้ทำงานก่อน พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ต้องกราบขอโทษเฮียเส็งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด และขอโทษผู้ค้าทุกคน เฮียเส็งเพิ่งเข้ามาดูแลตลาดได้ 2 ปี หลังจากหุ้นส่วนไปทำธุรกิจอื่น ระหว่างนั้นมีคนชื่อนายเบิ้ม เป็นผู้ดูแลตลาดเรียกเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้าที่จอดรถ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารต่างๆ 107,378,100 บาท แต่ก็ยังก่อสร้างไม่เสร็จ เมื่อเฮียเส็งกลับมาพรรคพวกของนายเบิ้มก็รู้ว่าจะเสียผลประโยชน์จึงไม่พอใจ ตนก็ได้เรียกมาคุยกินกาแฟกัน แต่ลูกน้องนายเบิ้มก็ยังมายิงคนในตลาดจึงถูกสั่งห้ามเข้ามาในตลาดอีกที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน น.ส.ปณิดา หรือน้องแบม ยศปัญญา หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้เป็นตัวแทน จำหน่ายสินค้าในเครือบริษัทเมจิก สกิน จำกัด พร้อมผู้เสียหายประมาณ 50 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ผ่านนายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน หลังตกเป็นเหยื่อสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายสูญเสียเงินมูลค่าหลายล้านบาท น.ส.ปณิดากล่าวว่า เริ่มเป็นตัวแทน จำหน่ายให้กับผลิตภัณฑ์ตรีชฎา ในเครือบริษัทเมจิกฯ เมื่อเดือน มี.ค.60 หลังจากมีปัญหาผลิตภัณฑ์ไม่ผ่าน อย.ก็มีการเจรจาขอเงินคืนจากบริษัท แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา บริษัทพยายามยัดเยียดผลิตภัณฑ์อื่นที่มีปัญหาเหมือนกันมาให้ขายแทน แต่ผู้เสียหายไม่ยอมเพราะต้องการคืนเงินสด ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนมาก อีกทั้งแบรนด์สินค้ามีพฤติกรรมอาจฉ้อโกงประชาชน น.ส.ปณิดากล่าวอีกว่า การเชิญชวนให้สมัครเป็นตัวแทนหลักมีระบบการขายจนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นวีไอพี ซุปเปอร์วีไอพี จนเป็นดีลเลอร์ตามลำดับ ต้องสต๊อกสินค้าลอตแรก 1,000 ซอง และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 50,000 ซอง ตนคิดว่าจะทำให้มีเงินเก็บเลี้ยงพ่อแม่และส่งตัวเองเรียนจึงนำทองไปจำนำส่วนหนึ่ง และขอเงินพ่อแม่มาลงทุนซึ่งพ่อแม่ได้เตือนตั้งแต่แรกแล้ว แต่มองว่าสามารถเช็กเลขจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ แต่เมื่อถูกจับกุมผู้บริหารบริษัทจึงยุติการขายทันที ทำให้สินค้าค้างสต็อกกว่า 1,240 ซอง ต้องนำเงินที่สะสมเยียวยาให้ลูกทีมไปก่อน โดยที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของ จึงมายื่นเรื่องเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เร่งรัดดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมอายัดทรัพย์เจ้าของบริษัทนำเงินมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย ที่ จ.พิษณุโลก นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ นาย แพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายเครื่องสำอางและอาหารเสริมรายใหญ่ในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก 3 ร้าน ประกอบด้วย ร้านเพียว คอสเมติก ร้านเลดี้ คอสเมติก ย่านสถานีรถไฟ ถนนเอกาทศรถ และร้านเปรียว คอสเมติก ย่านโรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า ถนนเอกาทศรถ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ Melon Jelly Klear เป็นสินค้าในเครือเมจิก สกิน วางจำหน่ายที่ร้านเพียว คอสเมติก จำนวน 28 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงยึดไปตรวจสอบและสั่งห้ามจำหน่าย นายกลิ่น ปานเขาย้อย อายุ 59 ปี ผู้ดูแลร้านกล่าวว่า เห็นสินค้ามีเลข อย.ถูกต้องแต่ไม่ทราบเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายทางด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของสถานีโทรทัศน์ ร่วมกับสำนักงานอาหารและยา (อย.) พบว่า ขณะนี้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เกินจริง 5 ผลิตภัณฑ์ 4 ช่อง จึงขอระงับการออกอากาศเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. เป็นต้นไป และนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับเนื้อหา โดยมี พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณารายละเอียดในการดำเนินการต่อไปส่วนกรณีที่ อย.ได้รับการร้องเรียนว่า มีสินค้าอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งอวดสรรพคุณลดหุ่น ใช้ข้อความในโฆษณาว่า “ชงผอม” โดยมีนางเอกละครสาวชื่อดัง เบลล่า หรือออเจ้า-แม่หญิงการะเกด เป็นพรีเซ็นเตอร์ จากการตรวจสอบทราบว่าคือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก Be curve เจ้าหน้าที่มองว่าอาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามนางเอกชื่อดัง “เบลล่า-ราณี แคมเปน” แต่ได้รับการเปิดเผยจากผู้จัดการส่วนตัวว่า เบลล่ายังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ โดยจะขอพูดเปิดใจเรื่องดังกล่าวเพียงครั้งเดียวกับสื่อมวลชน ในวันที่ 13 พ.ค.นี้ขณะที่นักแสดงสาว “มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล” ร่วมหุ้นกับนางเอกคนดัง “เบลล่า-ราณี” เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Be curve ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีผลิตภัณฑ์มีคำโฆษณา “ชงผอม” และ “ใช้สิทธิจองรวย” อาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง และกระบวนการจำหน่ายเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ “มะปราง” กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาและยังไม่มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ตนได้ไปติดต่อขอคำปรึกษาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วยตนเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เดินทางไปสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถึง 3 ครั้ง และได้รับเลขมาเรียบร้อยแล้ว ตนคุยกับเบลล่าทุกวันอยู่แล้วเรื่องจะรับมืออย่างไร ต้องขอบคุณทุกสื่อที่ให้การสนใจในผลิตภัณฑ์ รู้สึกว่ากรณีนี้ก็มีข้อดีสำหรับวงการอาหารเสริมที่ขายออนไลน์ เพราะอย่างที่ทราบมีบางผลิตภัณฑ์ทำไม่ถูกต้องส่งผลให้หลายยี่ห้อโดนผลกระทบ และทำให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญได้ศึกษาเรื่องนี้กันมากขึ้นมะปรางกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องโฆษณาเกินจริงคำว่า “ชงผอม” ไม่ได้มาจากทางบริษัท มาจากตัวแทนจำหน่ายได้เรียกมาตักเตือนและปรับเปลี่ยนการโฆษณาใหม่เป็นที่เรียบร้อย ตัวแทนจำหน่ายมีค่อนข้างเยอะ เพิ่งลุยธุรกิจนี้ใหม่ๆ พอๆกับตัวแทนบางท่านที่เริ่มทำธุรกิจใหม่เช่นกัน บางครั้งเขาไม่ทราบว่าการโฆษณานั้นเป็นการโฆษณาเกินจริง ตนและบริษัทไม่เคยนิ่งนอนใจขอคำแนะนำจากหน่วยงานราชการแล้ว จากนั้นนำไปชี้แจงยังตัวแทนจำหน่ายทุกท่าน เป็นบางท่านที่ทำผิดเราตักเตือนถึงตัวบุคคล ตัวแทนยินดีปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ยังมีตัวแทนจำหน่ายบางท่านไม่ทราบยังใช้คำเหล่านี้ต่อ เราตักเตือนไปแล้ว 1 รอบ ถ้าเกิดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทเราจะดำเนินคดีทางกฎหมายเองด้วย คำว่า “ใช้สิทธิจองรวย” แจ้งตัวแทนจำหน่ายแล้วว่าให้ระวัง เพราะเหมือนเป็นการชี้ชวนให้คนอื่นหลงเชื่อแบบนี้ บางท่านอาจจะโยงไปถึงเรื่องแชร์ลูกโซ่ ยืนยันว่า บริษัทเรามีการจ่ายเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ และรับของ 100 เปอร์เซ็นต์ มันไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เลยด้าน ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ “เบลล่า” ราณี แคมเปน จากการตรวจสอบพบว่าขอเลขสารบบของ อย.อย่างถูกต้อง แต่การโฆษณาดังกล่าวอาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อความในการโฆษณาดังกล่าวอาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง มีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตร 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม อย.จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป เช่นเดียวกับเรื่องการเรียกเบลล่ามาให้ข้อมูลก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำตรวจเช่นกัน