น้ำท่วมอยุธยา ชุมชนบางประแดงระดับสูง 1-2 เมตร หญิงวัย 64 สู้ชีวิตพายเรือตระเวนขายส้มตำเลี้ยงชีพ ขณะผู้ใช้แรงงานอาศัยหอพักน้ำท่วม กังวลใจหวั่นไม่ได้เยียวยา
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ขณะนี้มีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา
จังหวัดชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน อยู่ที่อัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปรับลดการระบายน้ำเช่นเดียวกัน อยู่ที่อัตรา 671 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกันบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนจะไหลผ่านมายังพื้นที่อำเภอบางปะอิน บางไทร พบว่าระดับน้ำท่วมยังทรงตัว
ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยัง พื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลบางประแดง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบภายในชุมชน มีบ้านเรือนหลายหลังคาเรือน รวมถึงหอพัก ยังคงถูกน้ำท่วมสูงในพื้นที่ เฉลี่ย 1-2 เมตร ประชาชนต้องนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ มาจอดริมถนนทางหลวงหมายเลข 3020 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง วัดบ้านแป้ง – วัดยม ในพื้นที่อำเภอบางปะอิน ชาวบ้านใช้เรือเป็นยานพาหนะเข้าออก
นางบุญเรือน แสงจันทร์ อายุ 64 ปี ชาวบ้านในชุมชน ที่มีอาชีพค้าขายในบ้านพักที่ถูกน้ำท่วม ต้องทำอาหารทั้งผัดไท ราดหน้า และส้มตำ พร้อมกับขนมขบเคี้ยว พายไปขายตามบ้านเรือน และจอดพักร้อนใต้ต้นไม้ ขายบริเวณทางเข้าออกชุมชน
นางบุญเรือน เล่าว่า ตอนนี้น้ำท่วมในบ้านสูงกว่า 1.50 เมตร ปกติก็ขายของ ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในบ้าน มีทุกอย่าง แต่พอน้ำท่วมเราก็ต้องหารายได้ จึงพายเรือขายตามบ้าน ที่ถูกน้ำท่วมในชุมชน บ้านตนเองอยู่ด้วยกัน 8 คน ถ้าหยุดอยู่เฉยๆก็ไม่มีรายได้ พอมาเปลี่ยนขายในเรือก็พอขายได้ ขายส้มตำ แต่ก็ต้องมาเจอภาวะผักแพง ก็ต้องขาย ขายครกละ 30 บาท มีตนเองเจ้าเดียวพายขายในชุมชน น้ำท่วมก็ไม่หยุดเพราะถ้าหยุดก็ไม่มีรายได้ ได้วันละ 300 – 400 ก็ยังดี พอร้อนก็มาพักใต้ต้นไม้ รอขายให้กับคนเข้าออกตรงทางเข้าออกชุมชนที่ชาวบ้านนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์มาจอดเอาไว้
ขณะที่ นายสมเกียรติ พันธ์แก่น อายุ 35 ปี มีอาชีพรับจ้าง พักอาศัยอยู่ในหอพักที่ถูกน้ำท่วม ก็ต้องเดินลุยน้ำออกมาทุกวัน ยังดีว่าระยะทางไม่ไกลมากนัก พอลุยได้ มาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ริมถนนไปทำงาน เปิดเผยว่า ตนเองอยู่หอพักน้ำขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่มาถึงตอนนี้ก็เดินลุยน้ำเข้าออกทุกวัน หอพักเขามีเรือให้ใช้แต่ก็มีคนเข้าออกตลอดเวลา ตนเองจึงตัดสินใจเดินลุยน้ำออกมาดีกว่าให้คนอื่นใช้เรือ น้ำก็สูงเป็นเมตร ลำบากต้องเผื่อเวลาถ้าจะออกไปทำงานหรือธุระ
อีกทั้งยังมีความกังวล เพราะตนเองก็เป็นอีกหนึ่งในผู้ประสบภัย รถก็ต้องจอดข้างนอกเสี่ยงต่อความปลอดภัย ค่าหอก็ต้องจ่าย ก็กลัวว่าจะไม่ได้เยียวยา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทำเรื่องอะไร รอเขาสรุปและประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ก็อยากให้เห็นใจคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในหอพักที่ถูกน้ำท่วมเหมือนตนเองเช่นกัน.


