น้ำเหนือเริ่มลดต่อเนื่อง กรมชลประทาน ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาครั้งแรกในรอบนี้ จาก 2,500 เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (Joint Information and Communication Center: JICC) และแถลงข่าวสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร โดยมี นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม
สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 จากการติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเลย ระนอง และน่าน ขณะที่วันนี้ยังต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ก่อนที่ฝนจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 11–13 ตุลาคม 2569 โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคเหนือ
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสำคัญ ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยเขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับลดการระบายน้ำจาก 2,500 เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมบริหารน้ำผ่านระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อพร่องน้ำในคลองและลดปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ส่วนลุ่มน้ำบางปะกงยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา
ขณะที่ ลุ่มน้ำแม่กลองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากปริมาณฝนและน้ำท่าจากแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ จึงได้แจ้งเตือนจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้หน่วยงานและประชาชนริมแม่น้ำเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขื่อนแม่กลองอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
ส่วน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมชลประทาน ได้เร่งบริหารน้ำผ่านระบบคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้าลง
นอกจากนี้ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับสำนักชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือฝนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 โดยเตรียมระบบระบายน้ำ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเร่งพร่องน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ Cell Broadcast ส่วนอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระบบระบายน้ำยังสามารถรองรับน้ำได้ มีการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะ คลองระบายน้ำ ร.1 (คลองภูมินาถดำริ) เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฝนในช่วงฤดูน้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี กรมชลประทานได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569” เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือประชาชน พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง หากประสบปัญหาน้ำท่วม คันกั้นน้ำชำรุด ประตูระบายน้ำขัดข้อง หรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งได้ที่ โทร. 02-583-3495 หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460.


