ปภ.จันทบุรี ปักธงแดง เตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ หลังมวลน้ำจาก อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม ไหลทะลักเข้ามาเติม "แม่น้ำจันทบุรี" ต่อเนื่อง จนแตะระดับวิกฤตสูงกว่า 3 เมตร เสี่ยงท่วมเขตเศรษฐกิจ-ชุมชนริมน้ำ
วันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.จันทบุรี ได้เปลี่ยนธงเตือนภัยจากสีเหลือง เป็นธงแดงบนสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี ในเขตตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์คาดการณ์เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำจันทบุรีสูงเกิน 3 เมตร ต้องแจ้งประชาชนริมน้ำให้เฝ้าระวังสูงสุดอย่างใกล้ชิด
โดยระดับน้ำแม่น้ำจันทบุรี วิกฤตที่ 3 เมตร 50 เซนติเมตร เตือนประชาชนริมน้ำจันทบุรี พื้นที่ริมคลองภักดีรำไพ พื้นที่ท้ายน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ยกของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาพื้นที่ตอนบน มวลน้ำจาก อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม ที่จะไหลลงแม่น้ำจันทบุรี มีปริมาณมากและยังเติมเข้ามาในแม่น้ำจันทบุรีอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจ อำเภอเมืองจันทบุรีได้
ขณะที่สถานการณ์น้ำรอบนอกยังคงน่าห่วงพื้นที่ อ.เขาคิชฌกูฏ ยังมีมวลน้ำเพิ่มในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ต.พวง ต.ตะเคียนทอง ต.จันทเขลม อ.มะขาม ต.วังแซม ต.ฉมัน น้ำยังท่วมสูง และไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรี
โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.จันทบุรี เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เบื้องต้นส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางสัญจร ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 8 อำเภอ 29 ตำบล 153 หมู่บ้าน 936 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องการความช่วยเหลือประสานงานเบื้องต้นได้ที่อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี : 0-3931-2100 , 0-3932-5139
ส่วนที่บริเวณพื้นที่ ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม ซึ่งถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง หลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบ บ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำล้อม บางครอบครัวยังติดอยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วย ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายประชาชนกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย ท่ามกลางระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มวลน้ำกำลังไหลผ่านลงมายังพื้นที่ อำเภอท่าใหม่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด