น่าน – ผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ "อำเภอปัว" 14 หมู่บ้าน 4,000 ชีวิต ยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เป็นวันที่ 4 เจ้าหน้าที่ใช้โดรนลำเลียงอาหารและน้ำดื่ม พร้อมเร่งสร้างสะพานเบลีย์ เปิดทางความช่วยเหลือ


สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ จ.น่าน หลังถูกน้ำป่าซัดถล่ม อ.ปัว ก่อนที่มวลน้ำมหาศาลจะไหลลงมาท่วมพื้นที่ อ.เมืองน่าน ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมขังในย่านเศรษฐกิจการค้าใจกลางเมืองลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เริ่มเข้าสู่โหมดฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนร้านค้า ถนนหนทาง และพื้นที่สาธารณะ


ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่าน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.69 ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ บริษัทคูโบต้า และทีมสิงห์อาสา เร่งภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์จนเส้นทางถูกตัดขาด ส่งผลให้ชาวบ้านใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ภูคา ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 4,000 คน ต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 4


เจ้าหน้าที่ใช้โดรนลำเลียงอาหารและน้ำดื่ม ข้ามพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรได้ เพื่อนำสิ่งของไปส่งให้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่รอรับอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนกระจายต่อไปยังประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน โดยภารกิจจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและสามารถเปิดเส้นทางได้อีกครั้ง


สาเหตุสำคัญมาจาก สะพานฝายจ้าว ต.วรนคร ถูกน้ำป่าซัดจนพังเสียหาย ขณะที่บริเวณโค้งห้วยเย็น ต.ศิลาแลง เกิดดินสไลด์และถนนทรุดตัวจนเส้นทางขาด ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ทำให้การนำความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก


ขณะเดียวกัน แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) กรมทางหลวง เร่งลำเลียงชิ้นส่วนสะพานเบลีย์ ขึ้นสู่พื้นที่ดอยภูคา เพื่อเร่งก่อสร้างสะพานชั่วคราว หวังเปิดเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่และนำความช่วยเหลือเข้าสู่หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดโดยเร็วที่สุด


ด้าน พันเอกปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง นำกำลังพลเข้าร่วมวางแผนและสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน ทั้งการลำเลียงสิ่งของจำเป็นและการฟื้นฟูเส้นทาง ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่ยังได้รับความเสียหายอย่างหนัก


ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 14 หมู่บ้านยังคงรอคอยอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และความหวังจากการก่อสร้างสะพานชั่วคราวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเปิดเส้นทางให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชน และนำผู้คนกว่า 4,000 ชีวิตกลับมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง