ในยุคที่สังคมไทยไม่ได้ต้องการเพียงแค่ผู้นำที่ “เก่ง” ในเชิงวิชาการหรือการบริหารองค์กรเท่านั้น แต่ยังถวิลหาผู้นำที่มี “หัวใจแห่งการเสียสละ” และพร้อมรับผิดชอบต่อส่วนรวม
การเรียนรู้ยุคใหม่จึงไม่อาจหยุดอยู่แค่ในห้องอบรมสี่เหลี่ยม แต่ต้องก้าวออกไปสัมผัสกับชีวิตผู้คนและปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริง
ด้วยแนวคิดนี้ หลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม” (วชส.) สำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงจัดกิจกรรมเชื่อมความสามัคคี รุ่นพี่ 1-2 ต้อนรับสมาชิกน้องใหม่ รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-2 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา
เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ผสมผสานทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้นำ การสร้างเครือข่าย และการทำกิจกรรมจิตอาสาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
งานนี้นำทัพโดย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ ในฐานะประธานหลักสูตรฯ, พล.ต.ท.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล ผอ.หลักสูตรฯ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล อดีต ผบ.ทอ. ประธานที่ปรึกษาหลักสูตรฯ และ นางอภิษฎา คันธา นายกสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ ร่วมจัดกิจกรรม CSR
จุดเริ่มต้นกิจกรรมเต็มไปด้วย พลังแห่งการให้ ผู้เข้าอบรมได้ร่วมกัน มอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวร ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด.ไปร่วมต้อนรับ
เพื่อเติมเต็มโอกาสและรอยยิ้ม พร้อมลงมือปรับปรุงภูมิทัศน์ ซ่อมแซมอาคารเรียน โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกัน มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ขาดโอกาสในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อีกจำนวน 500 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
นอกจากงานจิตอาสาเพื่อชุมชนแล้ว ผู้เข้าอบรมยังได้ร่วมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทั้งการระดมความคิดเพื่อพัฒนาสังคม
กิจกรรมสันทนาการกระชับความสัมพันธ์ที่มุ่งเน้น “การทำงานเป็นทีม” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารองค์กรในโลกยุคใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การร่วมมือกันปลูกต้นไม้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติบริเวณริมชายหาด เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมและส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นหลัง
ควบคู่ไปกับการ เติมองค์ความรู้จากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านภาวะผู้นำ เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ความสำเร็จที่แท้จริงของผู้บริหาร ไม่ได้วัดจากตำแหน่งหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่คือการใช้ความรู้ ความสามารถ และโอกาสที่มีตอบแทนคืนสู่สังคม”
คำว่า “วัคซีนชีวิต” จึงไม่ใช่เป็นแค่ชื่อหลักสูตรอบรมทั่วไป แต่คือกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและจิตสาธารณะ การที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงจับมือกันลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็ก เยาวชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จึงไม่ได้จบลงแค่คำว่า “CSR”
แต่เป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจและสร้าง “เครือข่ายแห่งการให้” จะเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป.
สรัญญา จงใจหาญ
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่