คณะพนักงานสอบสวนนครบาลจี้ สตง.ส่งแบบ TOR หาวิศวกรคนแรก เพื่อนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของกรมโยธาธิการ กทม.ที่ได้มาแล้ว เพื่อสรุปสำนวนคดีเรียกผู้เกี่ยวข้องทำตึก สตง.ถล่มมาดำเนินคดี ล่าสุดสรุปมีผู้ประสบเหตุ 103 คน เป็นผู้เสียชีวิตยืนยันอัตลักษณ์บุคคลแล้ว 60 คน บาดเจ็บ 9 คน และยังมีผู้สูญหายระหว่างค้นหาอีก 34 คน 15 ครอบครัวเหยื่อตึกถล่มแห่ลงชื่อมอบอำนาจสภาทนายความฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้อง ดีเอสไอรับคดีที่เกี่ยวข้องตึกถล่มเป็นคดีพิเศษแล้ว 3 เรื่อง 1.คดีนอมินี 2.เรื่องฮั้วประมูล และ 3.คดีใบกำกับภาษีปลอมของบริษัทเหล็ก สตง.แจงยิบ ขั้นตอนการลดความหนาผนังช่องลิฟต์ถูกต้องทุกอย่าง แถมยังลดค่าใช้จ่ายไปอีกกว่า 5 แสนบาท “เอกนัฏ” ส่งทีมสุดซอยบุกโรงงานเหล็กระบบ IF ในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบยังลักลอบผลิตและไม่ได้มาตรฐาน มีความผิดหลายกระทงเตรียมส่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษกรณีสืบสวนคลี่คลายคดีอาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม หลังเหตุแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 28 มี.ค. การรื้อซากหาร่างผู้เสียชีวิตยังไม่เสร็จสิ้น ขณะที่การสืบสวนสาเหตุการถล่มโดย 2 หน่วยงานประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานดำเนินการทุกความผิด เบื้องต้นมีความคืบหน้าการสอบสวนคดีนอมินีของดีเอสไอ ส่งกำลังจับกุมตัวนายชวนหลิง จาง อายุ 42 ปี กรรมการบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนกรรมการบริษัทฯชาวไทย 3 คนส่งฝากขังศาลอาญาประกันตัวไปแล้วความคืบหน้าจากกองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 เม.ย. นายฐิติพงษ์ โพธิพรหม หรือช่างเบิร์ด หัวหน้าช่างวางระบบไฟฟ้าอาคาร สตง. พร้อมด้วยผู้รับเหมา ลูกจ้าง ประมาณ 20 คน เดินทางมารอคุยกับตัวแทนบริษัท 9 พีเคกรุ๊ป จำกัด คู่สัญญาว่าจ้างโดยตรง นำเอกสารตัวจริงเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา ประกอบการยื่นรับเงิน หลังการพูดคุยก่อนหน้านี้บริษัท 9 พีเคฯจะส่งมอบเงินกันที่กระทรวงแรงงาน มีผู้แทนเป็นพยาน แต่ขณะนี้ยังติดขัดปัญหาเรื่องของการคำนวณภาษีจากทางบริษัท 9 พีเคฯ เบื้องต้นวงเงินที่ต้องจ่ายประมาณ 10 ล้านบาทเวลา 10.20 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) แถลงความคืบหน้าในปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายและการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตว่า เมื่อวานนี้ทีมค้นหาเจอร่างผู้สูญหาย 1 ร่าง บริเวณบันไดหนีไฟโซนดี 2 และอีก 5 กรณีเป็นชิ้นส่วนอวัยวะ ทั้งหมดพบระหว่างโซนซีกับโซนดี ต้องรอตรวจพิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์จากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ หากวันนี้เปิดหน้างานลงลึกได้อีก 2 เมตร จะถึงจุดที่ทีมกู้ภัยนานาชาติระบุว่าเป็นพื้นชั้น 1 คาดว่าจะเจอร่างผู้สูญหายเพิ่มเติมจนครบ เนื่องจากขุดเจาะพบชิ้นส่วนโครงสร้างอาคาร เช่น เจอแผ่นยิปซัมเป็นข้อมูลการก่อสร้างของชั้น 6 รวมถึงเจอโครงสร้างระบบทำความเย็นลักษณะท่อสีส้มบริเวณช่องบันได จะเป็นตัวชี้แนวของบันไดหนีไฟนำไปสู่การค้นหาผู้สูญหาย“สำหรับความสูงของซากอาคารวันนี้ จากการตรวจทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ ความสูงโซนเอและโซนบี เหลืออยู่ 7.88 เมตร ส่วนของโซนบีและโซนซี ความสูงเหลือ 6 เมตร 54 เซนติเมตร จากการประเมินแผนงานยังคงอยู่ตามกำหนด หากยังลดความสูงลงได้วันละ 1 เมตรแบบนี้ไปอีก 7 วันจะทันตามแผนสิ้นเดือน เม.ย. ปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือ การล้าของเครื่องจักรหนักจากการใช้งานหนักตลอดเวลา และความยากความเหนียวของเหล็กเส้นที่บีบจนกระจกรถเครื่องจักรแตก รวมถึงเหล็กเส้นแทงสายไฮดรอลิกขาด แต่ละวันมีเครื่องจักรชำรุดต่อเนื่อง จะรีบซ่อมแซมให้เสร็จเพื่อดำเนินงานต่อตามแผนที่กำหนด เมื่อวานมีเครื่องจักรชำรุดแตก 8 คัน” นายสุริยชัยกล่าวเวลา 14.00 น. บริเวณหน้าพื้นที่ซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม น.ส.สิริพร เบญจพรจุลมาศ คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมาย (เฉพาะกิจ) แก่ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์แผ่นดินไหวและตึกถล่มเผยว่า สภาทนายความฯประสาน กทม.เปิดจุดลงทะเบียนให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต ติดตามเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาและฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ประสบภัยและญาติผู้เสียชีวิตเข้าถึงความช่วยเหลือทางกระบวนการยุติธรรมเร็วขึ้น ขณะนี้มีผู้ประสบภัยและญาติผู้เสียชีวิต 15 ครอบครัวมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนติดตามเงินเยียวยาและฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายผู้เกี่ยวข้องแล้วสายวันที่ 24 เม.ย. น.ส.สกาวรัตน์ สมสกุลรุ่งเรือง เลขาธิการมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวถึงกรณีมูลนิธิแห่งหนึ่งประกาศขอรับบริจาคโลงศพและเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจัดส่งร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่มกลับภูมิลำเนา ว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.เป็นต้นมา ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่และยานพาหนะ ตลอดจนโลงศพไปให้บริการกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการรับศพ-ส่งศพกลับภูมิลำเนา มีบริการส่งถึงที่ฟรีทุกเคสทั่วประเทศ รวมถึงการให้บริการจัดการศพของแรงงานต่างด้าวฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกวันไม่มีวันหยุด จึงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันที่ สน.บางซื่อ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และคณะทำงาน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกว่า 2 ชม. พล.ต.ต.นพศิลป์เผยว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเร่งทำคดีต่อเนื่อง ทั้งในส่วนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย ชิ้นส่วนงานเหล็กทั้งหมด 240 ชิ้น ปูน 59 ชิ้น ส่งตรวจที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รอผลอยู่ส่วนการสอบปากคำพยานทั้งผู้รับเหมา คนควบคุมงาน และบริษัทออกแบบ สอบไปแล้ว 60 คน คำให้การและเอกสารทั้งหมดยังไม่ครบ ต้องการเอกสารการคำนวณรูปแบบการก่อสร้างตั้งแต่ยื่น TOR จะทราบตัววิศวกรคนแรก นำข้อมูลต้นทางไปเปรียบเทียบกับของกรมโยธาธิการ กรุงเทพมหานครว่าตรงกันหรือไม่ สตง.รับปากว่าจะเร่งนำมาให้ หลังจากนั้นจะนำผลการตรวจสอบชิ้นส่วนและเอกสาร TOR มาประกอบการดำเนินคดี หากพยานหลักฐานพอจะนำไปสู่การออกหมายจับทั้งนิติบุคคลและส่วนตัว“เมื่อวานตัวแทน สตง.มาที่ สน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีบริษัทควบคุมงาน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีวิศวกรผู้เสียหายแจ้งความไว้ว่า ถูกปลอมแปลงลายเซ็นแก้ไขแบบและนำเอกสารที่ปลอมลายเซ็นมาเสนอให้ สตง. ตัวแทน สตง.แจ้งว่าพรุ่งนี้จะนำเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้ ส่วนกรณีนายปฏิวัติ ศิริไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทพี เอ็นซิงค์ โครไนซ์ จำกัด 1 ในกิจการร่วมค้า PKW ที่ สตง.จ้างควบคุมงานก่อสร้าง เรียกเจ้าตัวมาสอบปากคำไป 2 ครั้ง ครั้งแรกเลื่อนแต่อีกครั้งให้การบางส่วน ขอกลับไป รวบรวมเอกสารเนื่องจากมีจำนวนมาก” รอง ผบช.น.กล่าวที่จุดเกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม เวลา 17.35 น.เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันขนชิ้นส่วนเหล็กเส้นที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างตึก สตง.ที่ต้องสงสัยว่าด้อยคุณภาพ อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้ตึกถล่มออกจากที่เกิดเหตุ ส่งให้พนักงานสอบสวนกองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ เป็นหลักฐานต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร สรุปยอดความคืบหน้าภารกิจกู้ภัยคนงานที่ประสบภัย และผู้สูญหาย ณ เวลา 18.00 น.ว่า มีผู้ประสบเหตุ 103 คน แยกเป็นผู้เสียชีวิตที่ตรวจยืนยันอัตลักษณ์บุคคลเบื้องต้น 60 คน ผู้บาดเจ็บ 9 คน และมีผู้สูญหายอยู่ระหว่างค้นหาอีก 34 คนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า คดีตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะนี้ดีเอสไอสอบสวนอยู่ 4 เรื่อง รับเป็นคดีพิเศษแล้ว 3 เรื่องคือ 1.ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 หรือนอมินี 2.เรื่องฮั้วประมูล และ 3.เรื่องใบกำกับภาษีปลอมของบริษัทจำหน่ายเหล็ก ขณะที่เรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือเหล็กตกมาตรฐานและเรื่องฝุ่นแดงจากโรงงานอยู่ระหว่างการสืบสวนด้านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผ่านเอกสารชี้แจงขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวกับบริหารสัญญา (กรณีการปรับแก้ผนังปล่องลิฟต์ หรือ Core lift บางจุดและการแก้ไขสัญญา) ว่าการดำเนินโครงการก่อสร้างที่ทำการ สตง.แห่งใหม่ ทำสัญญาว่าจ้างผู้รับจ้างออกแบบ (กิจการร่วมค้าบริษัทฟอรัม อาร์คิเทค จำกัดและบริษัทไมนฮาร์ท ประเทศไทย จำกัด) ผู้รับจ้างก่อสร้าง (กิจการร่วมค้าไอทีดี ซีอาร์อีซี บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด) และผู้รับจ้างควบคุมงานกิจการร่วมค้า PKW (บริษัทพี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนส์ จำกัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนท์ จำกัด)กรณีปรับแก้ผนังปล่องลิฟต์บางจุดเกิดช่วงการบริหารสัญญาระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ผู้รับจ้างก่อสร้างพบว่า แบบงานโครงสร้างขัดกับแบบงานสถาปัตยกรรมภายใน ขนาดผนังปล่องลิฟต์เมื่อรวมกับวัสดุตกแต่งตามแบบ ทำให้ทางเดินมีความกว้างไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ปี 2522 จึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการดังนี้ 1.ผู้รับจ้างก่อสร้างมีหน้าที่โดยตรงตามสัญญาที่ต้องดำเนินการก่อสร้างให้ถูกต้องตามข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญา รวมทั้งเอกสารแนบท้ายสัญญา ผู้รับจ้างก่อสร้างรับรองว่าตรวจสอบ ทำความเข้าใจแบบและรายละเอียด กรณีดังกล่าวผู้รับจ้างก่อสร้างพบว่า แบบงานโครงสร้างขัดแย้งกับงานสถาปัตยกรรมภายใน จึงสอบถามขอความเห็นไปยังผู้รับจ้างควบคุมงาน2.ผู้รับจ้างควบคุมงานฐานะตัวแทน สตง.มีหนังสือ (Request For Information : RFI) เพื่อสอบถาม ขอความเห็นไปทั้งผู้รับจ้างออกแบบและผู้รับจ้างควบคุมงาน เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพวิศวกรรมตามสัญญาจ้าง 3.ผู้รับจ้างออกแบบให้ความเห็นตามหนังสือ RFI กำหนดรายละเอียดการปรับแก้ผนังปล่องลิฟต์จากความหนา 0.30 ม. เป็น 0.25 ม. และเพิ่มปริมาณเหล็กเสริมให้มั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม พร้อมจัดทำรายการคำนวณและลงนามรับรอง เพื่อให้ความกว้างทางเดินถูกต้องตามกฎหมาย และสอดคล้องกับรูปแบบงานสถาปัตยกรรมภายใน แล้วส่งกลับมายังผู้รับจ้างควบคุมงาน4.ผู้รับจ้างควบคุมงานแจ้งรายละเอียดการปรับแก้ของผู้รับจ้างออกแบบ เพื่อให้ผู้รับจ้างก่อสร้างดำเนินการจัดทำแบบขยายสำหรับการก่อสร้างตามความเห็นของผู้รับจ้างออกแบบ ผู้รับจ้างควบคุมงานตรวจสอบความถูกต้องและส่งให้ผู้รับจ้างออกแบบพิจารณาและรับรองความถูกต้องแล้วสั่งกลับมายังผู้รับจ้างควบคุมงาน ผู้รับจ้างควบคุมงานโดยวิศวกรตรวจสอบและลงนามรับรองอีกครั้งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐปี 60 กรณีดังกล่าวผู้รับจ้างเสนอราคารายการงานที่เปลี่ยนแปลง ราคาลดลง 515,195.36 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสนอขอแก้ไขวงเงินในสัญญาจ้างตามจำนวนเงินดังกล่าว ผู้รับจ้างควบคุมงานตรวจสอบแล้วเห็นว่า ถูกต้องตามที่ผู้รับจ้างก่อสร้างเสนอ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา5.ผู้รับจ้างควบคุมงานรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดข้างต้นมายังคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างเพื่อพิจารณาให้ความเห็น 6.คณะกรรมการตรวจสอบรับพัสดุฯเสนอความเห็นต่อผู้ว่าการ สตง.ฐานะผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาอนุมัติการแก้ไขสัญญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 7.ผู้ว่าการ สตง.เสนอคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณาให้ความเห็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดรายการไม่เพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพัน 8.คู่สัญญาลงนามแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้าง นำแบบรูปและรายการละเอียดที่แก้ไข เพื่อเป็นเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ทั้งนี้ ในเอกสารชี้แจงของ สตง.แนบผังขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาให้เห็นเป็นขั้นตอนด้วยที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เผยว่า ชุดตรวจการสุดซอยร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) เข้าตรวจสอบบริษัทเชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นผู้ผลิตเหล็กจากเตาหลอมชนิดเตาอินดักชั่น (IF) เพื่อตรวจติดตามเหล็กให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอายัดเหล็กที่ไม่เป็นไปตาม มอก. 7,433 ตัน มูลค่า 148.67 ล้านบาท ดำเนินคดีฐานทำผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตาม มอก. และความผิดฐานทำผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากยังโอนเปลี่ยนใบอนุญาตไม่แล้วเสร็จ ตามข้อมูลเชิงลึกที่ตรวจสอบมา“ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างเหล็กเส้นกลม 3 ขนาด คือ 6 มม. (มิลลิเมตร) 8 มม. และ 9 มม. เหล็กข้ออ้อย 3 ขนาด คือ 8 มม. 10 มม. และ 12 มม. ผลการทดสอบพบว่า เหล็กเส้นกลมขนาด 6 มม. และ 8 มม. ตกค่าโบรอน ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัด มอก.เหล็ก ขณะที่เหล็กข้ออ้อยทั้ง 3 ขนาดตกทั้งค่าโบรอน และ Yield ค่าแรงดึงจึงยึดอายัดเหล็กทั้งหมดไว้ พร้อมดำเนินคดีโทษทำผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับโทษฐานติดเครื่องหมาย มอก.บนผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตาม มอก. โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รมว.อก.กล่าวนายเอกนัฏกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า บริษัทเชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด อยู่ระหว่างการโอนย้ายใบอนุญาต มอก.ไปยังบริษัทเชาว์ สตีล แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ตามกฎหมายต้องโอนย้ายใบอนุญาตให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงสามารถทำผลิตภัณฑ์ได้ แต่บริษัทเชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด กลับอาศัยช่วงเปลี่ยนผ่านผลิตเหล็กทั้งที่ได้แจ้งยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) และใบอนุญาต มอก.เพื่อโอนให้บริษัทเชาว์ สตีล แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.67 อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กรอ.และ สมอ. จึงถูกดำเนินคดีฐานทำผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และสั่งให้หยุดการผลิตเหล็กเส้นและอาจเข้าข่ายคดีพิเศษ จึงเสนอให้ดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่