บช.ศ.แจงยิบกรณี ส.ต.อ.พิการขาซ้ายขาดตั้งแต่เข่าลงมา สอบเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผ่าน แต่ถูกคณะกรรมการตัดสิทธิ์ ยันมีข้อห้ามอยู่ในระเบียบตั้งแต่เปิดรับสมัครแล้ว เพราะต้องเข้าเป็นนายตำรวจในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน (สบ.ด.) แต่ที่หลุดมาสอบได้เพราะเป็นการเปิดรับสมัครทางออนไลน์ มาพบขาซ้ายขาดระหว่างทดสอบสมรรถภาพว่ายน้ำ และวิ่งขอเปลี่ยนใช้ขาเทียมแบบสปอร์ต ทำให้ผิดระเบียบหลายข้อ “บิ๊กต่าย” รู้เรื่องสั่งการในที่ประชุมบริหารให้ บช.ศ.กลับไปทบทวน ให้ความสำคัญดูแลใส่ใจสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ขวัญกำลังใจอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันกรณี ส.ต.อ.ธนวรรฒน์ ปัญญาเลิศศรัทธา ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ หลังจากสอบเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจระดับสัญญาบัตรผ่านแล้ว แต่ถูกคณะกรรมการปัดตก เนื่องจากเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร เนื่องจากประสบอุบัติเหตุจนต้องกลายเป็นผู้พิการใส่ขาเทียม แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ กลายเป็นกระแสสังคมวิพากษ์ วิจารณ์เป็นวงกว้างความคืบหน้าจากกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค. บช.ศ.ออกเอกสารประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในข้อเท็จจริงดังนี้ ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวสมัครเข้าสอบคัดเลือกตามประกาศกองบัญชาการศึกษา รับสมัครข้าราชการตำรวจชั้นประทวนผู้มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.2567 กลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน (สบ.ด) ผลคะแนนของ ส.ต.อ.รายนี้ผ่านการสอบข้อเขียนได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 60.6 และให้เข้าทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งด้วยการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายว่ายน้ำและวิ่งถึงกำหนดวันทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ขณะทดสอบว่ายน้ำ คณะอนุกรรมการฯพบว่า ส.ต.อ.รายดังกล่าวมีความผิดปกติทางร่างกาย ขาซ้ายขาดตั้งแต่เข่าลงมาโดยใส่ขาเทียมเข้ามารายงานตัวเพื่อขอทดสอบ และทำบันทึกขอถอดขาเทียมออกเพื่อว่ายน้ำ ผลปรากฏว่าว่ายน้ำอยู่ในเกณฑ์เวลา จากนั้นทดสอบวิ่งแต่ทำบันทึกขอใช้อุปกรณ์ขาเทียมสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ ขณะนั้นแพทย์ประจำสนามไม่อาจให้ความเห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์เสริมหรือไม่ ตามที่ระเบียบต้องห้ามไว้ในประกาศ จึงให้เข้าทดสอบไปก่อนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ต่อมาเมื่อ 12 มี.ค.2568 คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกประชุมพิจารณาเพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อ ผู้คัดเลือกได้ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศรับสมัครและสอบคัดเลือกกรณีของ ส.ต.อ.ปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้ 1.ตามประกาศรับสมัครฯข้อ 2.6 ไม่เป็นผู้มีร่างกายผิดปกติ หรือพิกลรูป หรือพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ กรณี ส.ต.อ.รายดังกล่าวมีรายชื่อเข้าสอบข้อเขียนและไม่ได้ถูกตัดสิทธิการขาดคุณสมบัติตามข้อ 2.6 แต่แรก เนื่องจากเป็นการรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ชัดเจน และในกรณีมีอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการเดินและการวิ่ง ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละภารกิจ ถ้าอุปกรณ์ดังกล่าวชำรุด ไม่พร้อม เสียหาย หรือสูญหายไปจะส่งผลต่อการดำเนินกิจวัตรประจำวัน หรือภารกิจต่างๆที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ หรือมีเหตุซึ่งหน้าอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและต่อตนเอง2.ตามระเบียบการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายในผนวก จ.ท้ายประกาศรับสมัครฯ ข้อ 6.2.5 ระบุห้ามใช้อุปกรณ์ช่วยหรืออุปกรณ์เสริมในการทดสอบใดๆทั้งสิ้น...ที่ประชุมฯพิจารณาแล้วเห็นว่า ขาเทียมที่ ส.ต.อ.ใช้ทดสอบเป็นแบบสปอร์ตใช้ในการวิ่งแข่งขันกีฬา มีน้ำหนักเบาและมีสปริง เวลาวิ่งจะเสริมให้เท้ากระดกไปข้างหน้า จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การวิ่งซึ่งไม่เป็นขาเทียมปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวันดังนั้น คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกฯ พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ส.ต.อ.รายดังกล่าวเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนถูกต้องตามประกาศรับสมัครฯ จึงตัดรายชื่อออกจากผู้สอบคัดเลือกได้และไม่มีสิทธิเป็นผู้คัดเลือกได้และผู้คัดเลือกได้สำรอง อย่างไรก็ตาม ในการคัดเลือกครั้งนี้ กองบัญชาการ ศึกษาเปิดการคัดเลือกในสายนิติการ ซึ่ง ส.ต.อ.รายดังกล่าวสามารถเข้ารับการคัดเลือกโดยไม่ต้องทดสอบ ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ว่ายน้ำและวิ่ง) ที่มีข้อห้ามตามประกาศรับสมัคร กองบัญชาการศึกษาจึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชนรับทราบ และขอยืนยันว่าคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกดำเนินการสอบคัดเลือกอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประการด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.สั่งการในที่ประชุมฝ่ายบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้กองบัญชาการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาทบทวนผลการสอบเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรราย ส.ต.อ. ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างยื่นอุทธรณ์ได้ ขอให้พิจารณาด้วยความละเอียด รอบคอบ มีความเหมาะสมตามสายงาน เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย คำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ความตั้งใจการรับราชการ แล้วรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบโดยด่วน ขอให้ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญ ดูแล ใส่ใจสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ขวัญกำลังใจอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่