นายกฯรับรู้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมยกเป็นวาระแห่งอาเซียน ยันเตรียมมาตรการรับมือมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.67 มีหมดทั้งแผนระยะยาว กลาง สั้น ทำทุกอย่างแล้ว รวมถึงให้ รมว.กต.ไปคุยขอความร่วมมือประเทศที่มีการเผา ด้าน “เสี่ยหนู” เซ็นตั้ง “ภูมิธรรม-ประเสริฐ” เป็นที่ปรึกษาร่วมแก้ฝุ่น ขณะที่เมืองกรุงยังแย่ เจอฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมหนาต่อเนื่อง โดย ทอ.เตรียมเครื่องบินโปรยน้ำแข็งแห้งแก้ฝุ่น รอแค่ กทม.ร้องขอพร้อมขึ้นปฏิบัติการ ด้าน “พิธา” แซะแค่ขึ้นรถไฟฟ้า-รถเมล์ฟรียังไม่พอ แนะดัน พ.ร.บ.ฝุ่นข้ามชาติ ส่วนวันแรกมาตรการขึ้นรถไฟฟ้า-รถเมล์ฟรี ยังเห็นผลไม่ชัดเพราะเป็นวันหยุดราชการ และคนยังใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาจับจ่ายซื้อของในเขต กทม.ตามปกติปัญหามลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลต่อเนื่องมาตลอดสัปดาห์ และเมื่อวันที่ 25 ม.ค. สภาพอากาศโดยรวมก็ยังแย่ในระดับสีแดงสลับส้ม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า รายงาน ณ เวลา 08.00 น. พบว่าทุกเขตของ กทม.มีค่าฝุ่น PM 2.5 ในระดับสีแดง 29 เขต สูงสุดที่หนองแขม ส่วนภาพรวมประเทศไทยในรอบเวลาเดียวกัน ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจในระดับสีแดงกว่า 47 จังหวัด กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค และพบค่า PM 2.5 ในระดับสีส้ม กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ โดยมีข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบ VIIRS และจากข้อมูลดาวเทียมดวงอื่นๆของเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าไทยมีจุดความร้อนรวม 420 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตร 138 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 93 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 80 จุด พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ 56 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 48 จุด และริมทางหลวง 5 จุด ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน พบมากที่สุดที่กัมพูชา 678 จุด เมียนมา 358 จุด เวียดนาม 282 จุด สปป.ลาว 247 จุด และมาเลเซีย 5 จุดต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า เรื่องฝุ่นไม่ใช่วาระแห่งชาติธรรมดา แต่เป็นวาระแห่งอาเซียน เรื่องนี้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พูดคุยเรียบร้อยแล้ว ในการขอความร่วมมือประเทศที่มีการเผา ดังนั้นจะต้องมีมาตรการจากทุกๆประเทศในอาเซียน ของไทยทุกกระทรวงมีมาตรการหมดแล้ว เตรียมมาตรการตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.67 ด้านอุตสาหกรรมการเผาลดน้อยลงมากจากปีที่แล้ว แต่ฝุ่นเป็นเรื่องของการสะสมมาเป็นระยะเวลานาน เรื่องนี้จริงๆไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ทุกคนต้องช่วยกันให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ ตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ คือกำลังแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ให้ทันการณ์ให้ดีที่สุด ส่วนระยะยาวมีแผนแล้ว ส่วนระยะกลางและระยะสั้นได้ทำทุกอย่างแล้วส่วนการใช้มาตรการเวิร์ก ฟรอม โฮมของหน่วยงานราชการนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปได้เลย แต่ต้องไม่กระทบอะไรมากเกินไป จะลดในเรื่องของการเดินทางได้เยอะขึ้น แต่ขอไปพูดคุยในรายละเอียด เพราะแนวทางที่พูดคุยกันไว้เบื้องต้นยังไม่เคาะ ส่วนมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้เวิร์ก ฟรอม โฮม คิดว่าหลายๆที่เขาตระหนักในเรื่องนี้อยู่แล้ว และที่รัฐบาลได้ออกมาตรการไปแล้วที่ใช้งบกลาง 140 ล้านบาท ในเรื่องการให้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี คือมาตรการเร่งด่วนที่ทำขึ้นมา คิดว่าเอกชนหลายๆ ที่ได้ใช้ข้อนี้ด้วย เป็นการช่วยกันในภาพรวมต่อมานายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์อีกว่า นายกฯได้ติดตามผลข้อสั่งการแก้ปัญหา PM 2.5 ฝุ่นควันอย่างใกล้ชิด โดยย้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ และวาระแห่งอาเซียน โดยข้อสั่งการที่ให้กระทรวงมหาดไทยนำรูปแบบของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) มาปรับรูปแบบการทำงานแก้ไขปัญหาฝุ่นควันครั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติม ให้เป็นที่ปรึกษากองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) นับจากนี้จะเรียกว่า “ปภ.ช.” ประกอบด้วย 1.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม 2.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ 3.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อร่วมกันเสนอแนะแนวทางการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย รวมทั้งให้คำปรึกษา ให้ความเห็นชอบและข้อเสนอแนะทั้งในการปฏิบัติงาน การแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากนั้นในช่วงบ่าย ที่ จ.ระยอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี ถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า เท่าที่นายกฯระบุว่าจะให้เป็นวาระอาเซียน เมื่อ พ.ร.บ.อากาศสะอาดเสร็จควรจะต้องมีพรรคการเมืองเสนอ พ.ร.บ.ฝุ่นข้ามชาติ ที่ให้อำนาจรัฐบาลลงโทษบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกรรมในไทย ถือเป็นกฎเหล็กที่ใช้บังคับกฎหมายได้ เรื่องพวกนี้ต้องแก้ปัญหาล่วงหน้า ถ้ามาคิดตอนนี้มันสายไป ส่วนที่นายกฯระบุว่าเตรียมการมาแล้ว รัฐบาลเพื่อไทยก่อนที่เป็นนายกฯแพทองธาร ก็เป็นนายเศรษฐา ทวีสิน ข้อสั่งการที่สั่งไว้ ตอนนี้ผลงานอยู่ที่ไหน เป็นสิ่งสำคัญว่าพูดแล้วทำจริงหรือไม่นายพิธายังกล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนให้ขึ้นรถไฟฟ้า-รถสาธารณะฟรี โดยเอาเงิน 140 ล้านบาทไปอุดหนุนว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องไปดูว่าฝุ่นในกรุงเทพฯมาจากการคมนาคม หรือการเผาไหม้จากที่อื่น เรื่องคมนาคมจะเป็นแค่เรื่องเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ เพราะรถเมล์ยังมีปัญหาเรื่องฝุ่นควันเยอะพอควร ดังนั้น ควรเกาให้ถูกที่คัน แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีเกิดไฟป่าบริเวณเขาจอมแห ที่มีพื้นที่ป่ากว่า 2 หมื่นไร่ ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.นิคมพัฒนา อ.บ้านฉาง และ อ.เมืองระยอง โดยไฟลุกลามเผาพื้นที่ป่ามาแล้ว 5 วัน ยังดับไม่ได้นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและนำอุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ทางทหารเข้าช่วยเหลือแล้ว ส่วนกรณีฝุ่นที่ปกคลุมเต็มฟ้า กทม.นั้น พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.ระบุว่าได้พูดคุยกับทาง กทม.จะนำเครื่องบินโปรยน้ำแข็งแห้ง เพื่อเจาะรู และจะทำที่กรุงเทพฯ โดยเตรียมเครื่องบินสำรองไว้ให้คือ BT-67 และ AU-23 หรือพีชเมคเกอร์ หากมีการร้องขอเมื่อไหร่ก็สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ ทั้งนี้ การบินในพื้นที่ กทม.ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากการจราจรทางอากาศที่คับคั่งวันเดียวกัน นพ.สุนทร สุนทรชาติ รองปลัด กทม. เปิดเผยว่า จากฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องหลายวัน กทม.จึงเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เพื่อเฝ้าระวังควบคุมป้องกัน และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากฝุ่นละออง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสั่งการให้ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ออกหน่วยแพทย์และหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน จัดทีมเยี่ยมติดตามผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง กำชับให้สถานพยาบาลในสังกัด กทม.ดูแลรักษาสุขภาพประชาชนในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน ได้แก่ รพ.กลาง รพ.ตากสิน รพ.ราชพิพัฒน์ รพ.สิรินธร รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ รพ.นคราภิบาล และ รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ ตลอดจนศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ หรือพบแพทย์ผ่านทาง Telemedicine แอปพลิเคชัน หมอ กทม.นอกจากนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้กำชับตำรวจในการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศว่า 1.เพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำบนท้องถนน รวมทั้งออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษเกินกว่ามาตรฐาน 2.เพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการโรงงานที่มีลักษณะการปล่อยมลพิษทางอากาศ และการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน 3.เพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาพืชไร่และพื้นที่เพาะปลูก เผาในที่โล่ง และกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 4.บูรณาการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงมาตรการ ข้อกฎหมายต่างๆสำหรับตลอดวันที่ 25 ม.ค.ซึ่งเป็นวันแรกที่กระทรวงคมนาคมประกาศให้ประชาชนใช้รถไฟฟ้า และรถโดยสารสาธารณะฟรี เพื่อลดการใช้รถยนต์ หวังลดฝุ่น PM 2.5 ไปจนถึงถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการเดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สีน้ำเงิน สีม่วง และรถไฟฟ้า BTS ทั้งสายสีเขียว สีเหลือง และสีชมพู รวมทั้งรถเมล์ของ ขสมก.ของคนกรุงเทพฯ และจากจังหวัดปริมณฑล ยังคงเป็นไปตามปกติ รวมถึงในรถเมล์ ขสมก.หลายเส้นทาง คนใช้บริการค่อนข้างบางตา เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ประกอบกับประชาชนจำนวนมากยังใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางในเขตกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ เพื่อไปจับจ่ายซื้อของเตรียมงานไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึง และหลายพื้นที่ไม่มีรถเมล์ ขสมก.ให้บริการทั้งนี้ ประชาชนที่เลือกเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะจำนวนหนึ่งต่างบอกตรงกันว่ามาตรการนี้มีระยะเวลา 7 วัน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากต้องการได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างยั่งยืน รัฐบาลต้องเข้ามากำหนดราคาตั๋วร่วม และระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดความสะดวกในการเชื่อมต่อ และราคาค่าโดยสารไม่แพงต่อการเดินทางในทุกวัน นอกจากนี้รถเมล์ฟรีก็ใช้บริการได้เพียงเฉพาะรถเมล์ของ ขสมก.เท่านั้น ส่วนรถร่วมบริการของเอกชนยังคงเก็บค่าบริการตามปกติ ถ้ารัฐบาลต้องการลดฝุ่น PM 2.5 แท้จริง ควรไปควบคุมที่แหล่งต้นกำเนิดจะดีกว่าอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่