ภูเก็ตอ่วมฝนตกหนักน้ำท่วมจุดแลนด์มาร์กพื้นที่ เศรษฐกิจ ป่าตองดินสไลด์เสาไฟโค่นปิดถนน อลหม่านไปทั้งจังหวัด ปภ.เตือน 4 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมือ ชาวอุบลฯน้ำท่วมยังไม่ลดลมหนาวเข้ามาซ้ำ คนชราและเด็กเริ่มป่วยร้องขอเสื้อกันหนาว จ.สิงห์บุรี ชาวบ้านอพยพมานอนริมถนนหลายกิโลเมตร ส่วนภาคเหนืออากาศเย็นฮวบยอดดอยอินทนนท์ 10 องศาฯ ขณะที่กรมอุตุฯเฝ้าระวังพายุ “เนสาท”ฤทธิ์พายุ “เซินกา” กระทบหนักภาคใต้ เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ น้ำระบายไม่ทันท่วมพื้นที่ย่านเศรษฐกิจเสียหาย ชาวบ้านเร่งเก็บของขึ้นที่สูงกันอย่างอลหม่านฝนถล่มเมืองภูเก็ตจมบาดาลเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 16 ต.ค. เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเส้นทางจราจรและบ้านเรือนในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต อ.กะทู้และ อ.ถลาง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบรวม 19 ชุมชน ประกอบด้วยอ.ถลาง ได้รับผลกระทบ 8 ชุมชน/หมู่บ้าน 2.อำเภอกะทู้ ได้รับผลกระทบ 5 ชุมชน/หมู่บ้าน และ 3.อ.เมืองภูเก็ต ได้รับผลกระทบ 6 ชุมชน/หมู่บ้าน ที่ถนนร่วมพัฒนาทางไปศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า เกิดดินสไลด์ขวางถนนเจ้าหน้าที่ปิดการจราจร แลนด์มาร์กเมืองเก่าอ่วมส่วนที่บริเวณแลนด์มาร์กย่านเมืองเก่า เขตเทศบาลนครภูเก็ต เป็นย่านเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง ที่ถนนเทพกระษัตรีตัดถนนถลางเป็นย่านเมืองเก่าอาคารชิโนโปรตุกีส บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา น้ำท่วมสูงถึงหน้าอก รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะเดียวกันคลองบางใหญ่ที่ตัดผ่านกลางเมืองภูเก็ตมีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้น้ำฝนที่ท่วมถนนไม่สามารถไหลลงคลองได้ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครภูเก็ตเร่งกำจัดสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ที่ขวางทางน้ำ เพื่อเปิดให้น้ำไหลสะดวก แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง ขณะที่ในพื้นที่หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ น้ำท่วมถนน เช่นเดียวกัน ทำให้รถ จยย. และรถยนต์ที่จอดอยู่ตามริมถนนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองป่าตองเร่งระบาย ส่วนทางขึ้นเขาเกิดดินสไลด์และเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนหลายต้น เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรพร้อมประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนพ่อเมืองระดมกำลังช่วยนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต สั่งการให้นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปภ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าระบายน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ปิดกั้นเส้นทางจราจรที่ชำรุด และฉีดล้างเส้นทางจราจรและบ้านเรือนประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย แนวโน้มสถานการณ์คาดว่าตลอดทั้งวันจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และอยู่เฝ้าระวังสถานการณ์ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตเน้นย้ำให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม พร้อมทั้งเร่งสำรวจความเสียหายให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ปภ.แจ้งเตือน 4 จังหวัดภาคใต้เว็บไซต์สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่า ปภ.ติดตามกลุ่มเมฆฝนจากเรดาร์กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวง และกรุงเทพมหานคร พบกลุ่มเมฆฝนปานกลางถึงหนักบริเวณพื้นที่ อ.ทุ่งสง และอ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ท่าแพ และ อ.ละงู จ.สตูล อ.สะเดา จ.สงขลา และ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ แนวโน้มกลุ่มฝนเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและใกล้เคียงเฝ้าระวังปริมาณฝนที่อาจตกในพื้นที่ ระมัดระวังการเดินทาง หากได้รับผลกระทบให้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานในพื้นที่ หรือโทร.สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.ผบ.ตร.ห่วงน้ำท่วมภูเก็ตด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยนักท่องเที่ยวและประชาชนในการเดินทางสัญจรในช่วงวันหยุดยาวประกอบกับ จ.ภูเก็ต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ สั่งการให้ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณจุดที่มีน้ำท่วมขัง รวมถึงบริเวณย่านการค้าและเศรษฐกิจ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำรวจเครื่องหมายจราจร ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในพื้นที่ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ตลอดจนเตรียมแผนเผชิญเหตุ และชุดเคลื่อนที่เร็วไว้แก้ไขปัญหากรณีมีรถจอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจร ให้เตรียมแผนการเคลื่อนย้ายรถ และการเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ เพื่ออำนวยการจราจรที่จุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว อุบลฯเครื่องลงจอดไม่ได้ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า พายุ “เซินกา” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศ แต่ยังส่งผลกระทบกับพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้เครื่องบินของสายการบินพาณิชย์ในประเทศที่จะลงจอดที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานี ไม่สามารถทำการลงจอดได้หลายสายการบิน ช่วงบ่ายวันที่ 15 ต.ค. เที่ยวบินไทยไลอ้อนแอร์ SL628 ออกจากสนามบินดอนเมือง 14.45 น. เมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี ไม่สามารถลงจอดได้ ต้องไปลงจอดที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี เพื่อรอสภาพอากาศและเติมเชื้อเพลิง ก่อนขึ้นบินกลับมาที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานีอีกครั้งในเวลาประมาณ 18.51 น. แต่เมื่อมาถึงยังไม่สามารถลงจอดได้อีก นักบินนำเครื่องกลับสนามบินดอนเมือง พร้อมยกเลิกการบิน ขณะที่สายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD 328 จากสนามบินดอนเมือง เวลา 17.35 น. พยายามร่อนลง จอดที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานีถึง 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ สภาพอากาศปิดต้องบินกลับสนามบินดอนเมืองเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 เที่ยวบินร่อนลง ไม่ได้ต้องกลับไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ กระทั่งช่วงเช้า วันที่ 16 ต.ค. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าสนามบินนานาชาติอุบลฯกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วร้องขอเครื่องนุ่งห่มกันหนาวส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านที่อพยพหนีแม่น้ำมูลที่ไหลท่วมบ้านเรือนที่อาศัยเมื่อราว 1 เดือนอาศัยในเต็นท์ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบลราชธานี เริ่มประสบปัญหาการเจ็บป่วยเป็นไข้หวัด จากสภาพอากาศหนาวที่มีลมพัดแรงอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20-26 องศาเซลเซียส ชาวบ้านร้องขอเครื่องนุ่งห่มใช้กันหนาว แม้จะมีคนใจบุญนำผ้าห่ม หมอน และมุ้งนำมาบริจาค บางแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ ขณะนี้พื้นที่ 2 อำเภอมีผู้อพยพกว่า 5,800 ครอบครัว 18,407 คน จากข้อมูล เมื่อวันที่ 15 ต.ค. สำนักงานสาธารณสุขอุบลราชธานี แจ้งว่า มีผู้ป่วยในพื้นที่อุทกภัยน้ำท่วมป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้า 5,524 คน ระบบทางเดินหายใจไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ 1,278 คน โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ 51 คน ตาแดง 33 คน เลปโตสไปโรซิส 1 คน อาการผื่นคันและอื่นๆ 328 คน รวมมีผู้ป่วย 7,218 คน และปัจจุบันมีผู้ป่วยใหม่ด้วยโรคไข้หวัดและน้ำกัดเท้าถึง 135 คนสัตว์หนาวต้องให้ความอบอุ่นขณะที่สวนสัตว์อุบลราชธานี บริเวณโดยรอบถูกน้ำท่วม แต่สัตว์ยังปลอดภัยเพราะอยู่ในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง ต้องประสบกับภาวะความหนาวเย็นของอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำกระสอบป่าน และกองฟาง มาปูให้สัตว์ได้นอน และใช้หลอดไฟเพิ่มอุณหภูมิให้สัตว์อบอุ่นขึ้นระดับแม่น้ำมูลลดลง 2 ซม.สถานการณ์ระดับแม่น้ำมูลลดลงอีก 2 ซม. ที่สถานีวัดน้ำ M 7 สะพานเสรีประชาธิปไตย เทศบาลนครอุบลราชธานี ระดับน้ำวัดได้ 116.47 เมตรต่อระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) สูงกว่าระดับตลิ่ง 4.47 เมตร ระดับน้ำลดลง แม้ระดับน้ำจะลดลงต่อเนื่อง แต่เป็นการลดลงอย่างช้าๆ ประกอบกับฝนที่ตกลงมาโปรยปรายทั้งวัน ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบกับความหนาว และการเดินทางที่ลำบากจากน้ำท่วม ถนนตั้งแต่แยกองศา อ.วารินชำราบ จนถึงสะพานเสรีประชาธิปไตย ข้ามแม่น้ำมูล เข้าตัวเมืองอุบลราชธานี น้ำท่วมสูงถึงหน้าอก ประชาชนยังคงต้องอาศัยนั่งเรือข้ามฟากเพื่อเข้าไปทำธุระในตัวเมืองอุบลฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่บริการเรือประกาศปรับเวลาให้บริการใหม่จากเดิม 06.00-18.00 น. เป็นเวลา 07.30-17.30 น. เริ่ม 17 ต.ค.นี้สร้างสะพานไม้โครงเหล็กสำหรับพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอุทัยธานี เร่งสร้างสะพานไม้โครงเหล็ก ในพื้นที่ซอยนาทอง ถนนวงศาโรจน์ เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สัญจรเข้าออก หลังถูกน้ำท่วมขังสูงถึงหน้าอกเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่พื้นที่โดยรวมของ อ.เมืองอุทัยธานี 6 ตำบล 1 เทศบาลเมือง ยังคงมีน้ำท่วมในระดับสูง ชาวบ้านต้องพายเรือเข้าออกหมู่บ้าน ระดับสูงกว่าตลิ่งอยู่ประมาณ 2 เมตรน้ำป่าซัดจมดับ 2 ศพช่วงเช้าวันเดียวกัน นางวิภาวี แดงท่าขาม นายอำเภอโกรกพระ จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และอาสาหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเจ้าพ่อกวนอูกู้ภัย นครสวรรค์ ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค.ชาวบ้านถูกน้ำป่าซัดจมน้ำที่ท้องนาหมู่ 5 ต.ศาลาแดง เจ้าหน้าที่งมหากว่า 1 ชม.พบศพ น.สพัชรินทร์ มาสว่าง อายุ 42 ปี และ ด.ญ.ปัณฑิตา สุขเกษม อายุ 8 ขวบ สองแม่ลูก สอบถามญาติทราบว่า แม่พาลูกขี่รถ จยย.พ่วงข้างไปธุระ แล้วถูกน้ำป่าซัดไหลตกนาข้าวจมหายไป นางวิภาวีแจ้งเตือนให้ชาวบ้านใช้ความระมัดระวังการสัญจรที่มีน้ำไหลเชี่ยว และนำเชือกมาขึงกั้นบริเวณข้างทางเพื่อไม่ให้ชาวบ้านตกไหล่ทางน้ำลึก 3 เมตร ชาวมุสลิมลุยน้ำไปละหมาดด้านนายศักราช อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมสมาชิกกลุ่มฟ้าใหม่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อบต.เกาะเรียน ร่วมกันเตรียมถุงยังชีพเพื่อแจกให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ส่วนชาวมุสลิมในชุมชนภูเขาทอง ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา ต้องเดินลุยน้ำไปละหมาดที่มัสยิดอาลียิด กันอย่างทุลักทุเลนอนริมถนนยาวเหยียดที่บริเวณถนนสายสิงห์บุรี-ท่าช้าง ฝั่งตะวันออกวิ่งไปวัดพิกุลทองเริ่มตั้งแต่ ต.วิหารขาว ต.ถอนสมอ ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง ประชาชนใน 3 ตำบลอพยพอาศัยอยู่ริมถนนฝั่งแม่น้ำน้อยกันยาวเหยียดหลายกิโลเมตร พร้อมนำเต็นท์ รถยนต์ รถ จยย. และสิ่งของต่างๆมาไว้และใช้เป็นที่พักชั่วคราวมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว หลังจากที่น้ำในแม่น้ำน้อยไหลย้อนกลับเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้านใน 3 ตำบล ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องชาวบ้านต้องหาแคร่หรือใช้ไม้พาดยกสูงใช้เป็นที่นอน บางรายนอนอยู่ในรถชีวิตแสนลำบากสายตรวจห่วงเด็กลงเล่นน้ำพ.ต.ท.สามารถ สุคง สวป.สภ.เมืองอุทัยธานี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองอุทัยธานีน้ำท่วมขยายเป็นวงกว้าง เป็นห่วงมากที่สุดคือปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต อาจจะเกิดจากเด็กลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กตามจุดต่างๆที่มีน้ำท่วม ขณะนี้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจพื้นที่ และประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองห้ามเด็กลงเล่นน้ำ หรือต้องใส่เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อป้องกันการสูญเสีย ส่วนที่ฝายน้ำล้นโครงการแก้มลิง ต.เขาขี้ฝอย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ปักป้ายประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า และห้ามลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยรีบย้ายวัวหนีน้ำขึ้นที่สูงที่บริเวณถนนหมู่ 6 หลังวัดโพธิ์หอม ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่และไหลเอ่อเข้าท่วมถนนไปยังบ้านเรือนประชาชนสูงเกือบมิดหัว ชาวบ้านต่างเร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง ส่วนชาวบ้านเลี้ยงวัว 100 ตัว น้ำเริ่มท่วมคอกต้องเร่งย้ายวัวและหญ้าอาหารสัตว์ไปไว้ที่ปลอดภัย อย่างเร่งด่วน ส่วนเส้นทางสัญจรบริเวณด้านหลังวัดโพธิ์หอมน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า รถบรรทุกใหญ่ผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง กระแสน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไหลท่วมไร่นาเสียหายนายกฯเน้นอพยพชาวบ้านนายอนุชา บูรพชัยศรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าไปดูแลความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งานหลัก ช่วยอพยพประชาชน นายกฯให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ขอให้ฟังคำแนะนำเจ้าหน้าที่กรณีเกิดเหตุน้ำหลากให้อพยพไปที่ศูนย์พักพิงได้ทันท่วงที โทร.ไปขอความช่วยเหลือที่สายด่วน มท.1784 ได้ตลอด นายกฯยังสั่งการให้ทหารในแต่ละพื้นที่ประสานงานท้องถิ่น ทั้งเรื่องของเครื่องจักร กำลังพล การรับส่งประชาชน ดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่อพยพออกจากบ้านเรือน รวมถึงให้สถาบันการเงินของรัฐหามาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือด้วย อากาศเย็นฮวบบนยอดดอยขณะที่หลายพื้นที่อากาศเริ่มหนาวเย็น ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเนื่องในวันหยุดยาวและช่วงปลายฝนต้นหนาวกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง โดย เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ดอยแม่กำปอง อ.แม่ออน ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และยอดฮิตที่สุดคือดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อุณหภูมิช่วงนี้เหลือแค่ 10 องศาเซลเซียส ที่บริเวณยอดดอยกิ่วแม่ปาน 11 องศาเซลเซียส ส่วนที่ทำการอุทยานฯ 15 องศาเซลเซียส นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า เช้านี้อากาศบนดอยมีฝนตกลงมาเล็กน้อย และทำให้สภาพอากาศปิดไม่สามารถที่จะมองเห็นทะเลหมอกได้ เพราะมีแต่ลมหนาวและหมอกปกคลุมไปหมด แต่ยังโชคดีว่าอุณหภูมิลดลง แต่นักท่องเที่ยวยังสนใจขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวยามเช้า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ขอแจ้งเตือนขับรถขึ้นบนดอยขอให้ผู้ที่มีความชำนาญเส้นทาง เพราะบางจุดมีหมอกลงและมีฝนตกบางวันชาวบ้านก่อไฟผิงหาไออุ่นที่ อ.เชียงคาน จ.เลย นักท่องเที่ยวขึ้นไปไหว้พระที่ภูพระใหญ่ สกายวอล์ก บ้านท่าดีหมี หมู่ 4 ต.ปากตม อ.เชียงคาน สัมผัสวิถีชีวิตถนนชายโขงถนนคนเดิน ชุมชนบ้านไม้เก่า ตกเย็นชมดวงอาทิตย์แสงสุดท้ายลับขอบฟ้าที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไทย-ลาว ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 18 องศาเซลเซียส ส่วนชาวบ้านโนนแสงทอง หมู่ 15 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ที่อยู่ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว (เขาภูวัว) อากาศเย็นเริ่มพากันสวมใส่เสื้อกันหนาวและจับกลุ่มก่อไฟผิง สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง เช่น วัวควาย ชาวบ้านต้องก่อไฟให้เพื่อสร้างความอบอุ่นเฝ้าระวังพายุ “เนสาท”กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายสภาพอากาศว่าในช่วงวันที่ 16-20 ต.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลางเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค.65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “เนสาท” (NESAT) คาดจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 19-20 ต.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในช่วงนี้ถึงวันที่ 20 ต.ค.ประเทศไทยตอนบนสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม