ตราบใดที่ยังมีประเทศหนึ่งประเทศใดในโลกมีการแพร่ระบาดของ “โรคโควิด-19” อย่างกว้างขวาง ทุกประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน...ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงโรคโควิด-19 กลับมา...“ระบาดระลอกใหม่”

เหมือนอย่างที่ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดรอบที่ 2 จาก ประเทศเมียนมา และ...ล่าสุดรอบที่ 3 จาก ประเทศเขมร

วิธีเดียวที่ช่วยดีที่สุดคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ป้องกันโรคโควิด-19 ให้คนในแต่ละประเทศด้วยการ “ฉีดวัคซีน” ทุกคนในประเทศอย่างทั่วถึง ทว่า...ปัญหาสำคัญของประเทศที่กำลังพัฒนาหรือประเทศยากจนคือวัคซีนมีไม่เพียงพอและไม่มีวัคซีนให้เลือก

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ บอกว่า สำหรับประเทศไทยวัคซีนหลักคือวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา ที่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต และจะเริ่มแจกจ่ายให้คนไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคมนี้...จำนวน 61 ล้านโดส

มีรายงานประสิทธิภาพวัคซีนบริษัทแอสตราเซเนกา หลังฉีดเข็มแรก เข็มเดียว 28-34 วัน สามารถป้องกันการเข้านอนรักษาในโรงพยาบาล 94%

วัคซีนสู้โควิด-19 จำนวน 61 ล้านโดสกู้วิกฤติ

...

นพ.มนูญ ย้ำว่า ประเทศไทยควรจะปรับแผนการให้วัคซีนคนไทยทุกคนรวมทั้งคนต่างชาติและแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นผู้หญิงตั้งครรภ์ ได้รับวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกาคนละ 1 โดส โดยเริ่มให้คนกลุ่มแรกก่อน คือ...คนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว

“ชะลอการให้วัคซีนโดสที่สองไปก่อนตามอย่างประเทศอังกฤษ ถ้ามีวัคซีนเหลือจึงให้โดสที่สองกับคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว ถ้าทำเช่นนี้ได้ คนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยทุกคนจะได้รับวัคซีนคนละหนึ่งเข็ม ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่

แทนที่รัฐบาลวางแผนจะให้คนไทย 30.5 ล้านคน ได้รับวัคซีน 2 โดส คนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยอีกครึ่งประเทศไม่ได้รับวัคซีน การทำเช่นนี้ไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แน่นอน ทำให้ไม่สามารถเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

“ภาคเอกชน” ต้องช่วยกันผลักดันภาครัฐให้ปรับแผนการกระจายฉีดวัคซีน ในเวลาเดียวกันโรงพยาบาลเอกชนรวมตัวกันสั่งซื้อวัคซีนบริษัทอื่นๆผ่านองค์การเภสัชกรรม

วัคซีนสู้โควิด-19 จำนวน 61 ล้านโดสกู้วิกฤติ

นำวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากระจายฉีดให้กับคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชน โดยไม่ต้องพึ่งวัคซีนแจกฟรีจากภาครัฐ แบ่งเบาภาระทั้งด้านค่าใช้จ่ายและผู้ปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ในด้านการฉีดวัคซีนให้คนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย

ในภาวะฉุกเฉินนี้ขอให้ทาง “บริษัทผู้ผลิตวัคซีน” และ “โรงพยาบาลเอกชน” อย่าแสวงหากำไรจากวัคซีนมากเกินควร ในเวลาเดียวกันถ้าประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนบริษัทแอสตราเซเนกาได้มากพอ ประเทศไทยควรบริจาควัคซีนให้ประเทศเพื่อนบ้าน...“การช่วยประเทศเพื่อนบ้านก็เหมือนกับช่วยประเทศเราเอง ทุกประเทศต้องผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน” นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ทิ้งท้าย

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความกังวลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนอยู่ไม่น้อยด้วยรายงานผลข้างเคียงที่พบในหลายกรณี มุมมองเรื่อง “ผลข้างเคียงของวัคซีนซิโนแวคและการจัดการ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า แนวทางของกองระบาดยังใช้ ISRR imminozation stress related reaction ค่อนข้างมาก

วัคซีนสู้โควิด-19 จำนวน 61 ล้านโดสกู้วิกฤติ

...

อาการไม่พึงประสงค์แบ่งออกเป็นเฉพาะที่และเป็นระบบ อาทิ บางคนมีไข้ต่ำๆ มีอาการอ่อนเพลีย ง่วง แต่ปฏิกิริยาที่เป็นข่าวและทำให้หลายๆคนกังวลใจ เป็นปฏิกิริยาเครียดตอบสนองต่อการฉีดวัคซีน หรือที่เรียกว่า...“ISRR” หรือ “Imminozation stress related reaction”

อาจารย์หมอธีระวัฒน์ ย้ำว่า อาจต้องเน้นความสำคัญของภาวะที่เกิดขึ้นจริงและมีผลต่อระบบประสาทอย่างชัดเจน และต้องการการดูแล รวมทั้งการติดต่อกลับไปยังบริษัทผู้ผลิต ISRR เป็นกลไก หรือ mechanisms กลไกที่เป็นจิต psychosomatic หรือ conversion ทางจิตอารมณ์วิตกกังวลที่ปรากฏออกมาทางร่างกายซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางสมองสามารถระบุแยกได้แม้กระทั่งแพทย์ธรรมดาทั่วไปก็ตาม

วัคซีนสู้โควิด-19 จำนวน 61 ล้านโดสกู้วิกฤติ

เน้นย้ำว่า...อาการที่พบขณะนี้ พบเป็นของจริงและบางอาการที่ไม่คิดว่าสำคัญมาก คืออาการชาของแขนข้างที่ฉีดทั้งแขนตั้งแต่ต้นแขนไปจนถึงมือโดยไม่มีอาการอ่อนแรง และไม่เสียความคล่องแคล่วมากหรือนิดหน่อย พบในทันตแพทย์ที่เป็นและไม่หายมาหนึ่งเดือนแล้ว และมีปัญหาในการทำงานมาก

หรือ...ในกรณีที่มีความผิดปกติทางตาไม่ว่าเป็นตาเดียว...monocular หรือจากจอรับภาพในสมองที่เกิดจากจอรับภาพของสมองที่ท้ายทอย ทำให้ภาพแหว่งครึ่งซีกของทั้งสองตา การมองเห็นภาพครึ่งซีก

...

ซึ่งทั้งหมดอธิบายด้วย...การที่เส้นเลือดมีการหดตัวเกร็ง สปาสซั่ม ...ที่เส้นเลือดในตา รวมทั้งที่เกิดในเส้นเลือดสมอง ซึ่งในอวัยวะสำคัญเช่นนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายเอง

วัคซีนสู้โควิด-19 จำนวน 61 ล้านโดสกู้วิกฤติ

โดยที่รายงานทั้งหลาย “ที่ไม่ได้เกี่ยวกับวัคซีน” จะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน และเป็นข้ออธิบายว่าทำไมการตรวจคอมพิวเตอร์สมองจึงไม่พบความผิดปกติถึง 30-70% แต่จำนวนที่เหลือที่ไม่หายจะเกิดขึ้นถาวร

ในกรณีของตา แม้กระทั่งชาดังกล่าว แม้โดยไม่มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีกก็ตาม สมควรที่จะได้รับยาขยายหลอดเลือดหรือไม่ เช่น isosorbide ด้วยความระมัดระวัง และถ้าไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมง ควรต้องทำอย่างไรต่อ อย่างเช่น

“ผู้เชี่ยวชาญ” ที่ลำปางถึงกับต้องทำการสอดสายแล้วฉีดสีเข้าเส้นเลือดสมองเอกซเรย์หลอดเลือดและให้ยาขยายหลอดเลือดเฉพาะที่ หรือที่ระยองและทางโรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา ใช้ เกิดลิ่มเลือด 6 ราย ซึ่งแสดงชัดเจนว่าเข้าเกณฑ์ของ “stroke”...ภาวะเส้นเลือดสมองผิดปกติเฉียบพลัน

กรณีข้างต้นเหล่านี้เป็นผู้ได้รับผลแทรกซ้อนที่อยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญทางสมอง neurologist ทั้งสิ้น ในการให้การวินิจฉัยการติดตามและการรักษา เรื่องที่สมควรทำด่วนที่สุดของกระทรวงสาธารณสุขคือ...

...

หนึ่ง...กระทรวงสาธารณสุขต้องรีบติดต่อไปยังบริษัทวัคซีนแจ้งเหตุการณ์ให้ตรวจสอบกระบวนการวิธีบรรจุขวด ซึ่งการสอบถามโดยผู้ที่สนิทกับรัฐบาลจีนพบว่า บริษัทมีปัญหาในการหาขวดบรรจุอยู่แล้ว และน่าจะเป็นกระบวนการปนเปื้อนมากกว่าตัววัคซีนเอง หรือส่งลอตใหม่มาทั้งหมด

แม้ว่า...การปนเปื้อนไม่ได้เกิดขึ้นทุกขวดในลอตเดียวกันก็ตาม

สอง...ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขณะนี้วัคซีนขาดแคลน ต้องเตรียมสถานการณ์ให้พร้อม แต่ไม่ได้หมายความว่าชักช้าจนขัดขวางกระบวนการฉีด ซึ่งต้องการให้วัคซีนในจำนวนมากที่สุดและเร็วที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของ “วัคซีนเชื้อตายซิโนแวค” ซึ่งในกรณีของแอสตราเซเนกาจะเป็นเรื่องของการเกิดเลือดข้นมีลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆในช่องท้องและในสมองร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ

ประเด็นสำคัญ เรายังคงต้องเร่งรีบฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดกับ “คนไทย” ทั้งประเทศ โดยที่ทราบข้อจำกัดบางประการและเตรียมรับมือในการแก้ผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น.