ส่งออกข้าวไทย 9 เดือนแรกปี 69 ดิ่ง 19.26% พิษสงครามตะวันออกกลางทำยอดร่วง กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้เกมลุยตลาดฟิลิปปินส์-มาเลเซียช่วยค้ำ พร้อมตั้งเป้าปี 70 ส่งออก 7 ล้านตัน ชี้ต้องแก้ต้นทุนแพง
สถานการณ์ส่งออกข้าวไทย 9 เดือนแรกปี 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยว่า การส่งออกข้าวไทยล่าสุดช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.69 อยู่ที่ 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% มูลค่า 2,962 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 94,912 ล้านบาท ลดลง 16.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ราคาส่งออกในภาพรวมลดลง แต่ราคาส่งออกเฉลี่ยข้าวต่อตันเพิ่มขึ้น โดยข้าวขาว 5% เฉลี่ย ณ เดือนก.ย.69 อยู่ที่ตันละ 482 เหรียญฯ เพิ่มขึ้น 28.88% จากเดือนก.ย.68 ที่ราคาเฉลี่ยตันละ 374 เหรียญฯ
ปัจจัยกดดัน ตลาดข้าวโลก และผลกระทบจากตะวันออกกลาง
“การส่งออกข้าวไทยปี 69 เผชิญกับปัจจัยกดดันจากผลผลิตข้าวอินเดียที่มีมาก และมีสต็อกข้าวอยู่ในระดับสูง และช่วงปลายปีผลผลิตข้าวปากีสถานออกสู่ตลาด ยิ่งทำให้มีการแข่งขันรุนแรงขึ้น ขณะที่การส่งออกข้าวไทยไปอิรักลดลงมากตั้งแต่ช่วงต้นปีจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ปรับการขนส่งผ่านทางตุรกีบ้าง แต่ปริมาณยังไม่มากนัก เพราะมีต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น แต่ยังมีตลาดฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ และเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร จึงช่วยชดเชยตลาดอิรักได้ส่วนหนึ่ง”
ขาดแคลนแรงงานท่าเรือ - พาณิชย์เร่งประสานแก้ปัญหา
อย่างไรก็ดี สมาคมฯได้แจ้งว่า ขณะนี้ เกิดความขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้า ณ ท่าเรือ จึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงพาณิชย์ช่วยประสานกระทรวงแรงงานในการจัดหาแรงงานที่สามารถทำงานในลักษณะนี้ได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานกระทรวงแรงงานแล้ว ทั้งนี้ การดูแลตั้งแต่ต้นน้ำมีความสำคัญมาก หากเราสามารถทำราคาขายให้เหมาะสมแต่ยังคงมีกำไร จะสามารถส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาข้าวของเกษตรกร แต่หากส่งออกได้น้อย ข้าวจะอยู่ในประเทศมากขึ้นก็จะส่งผลกับราคาข้าวในประเทศเช่นกัน
แผนการตลาด และเป้าหมายส่งออกข้าวไทย ปี 2570
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาด ได้แจ้งแผนรุกตลาดเพื่อเร่งผลักดันการส่งออกข้าว โดยจะร่วมกับภาคเอกชนเดินทางไปพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ เพื่อหารือถึงการขอขยายกรอบเวลาการส่งออกตามใบอนุญาตและขอให้พิจารณานำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาด สอดคล้องกับความต้องการของตลาดฟิลิปปินส์ที่นิยมนำเข้าข้าวใหม่ และในช่วงต้นปี 70 กรมการค้าต่างประเทศยังมีแผนพบผู้นำเข้าสำคัญทั้งญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาตลาดข้าวไทยด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและการส่งมอบตามสัญญาที่ตรงตามกำหนดเวลา
นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดงานประชุมข้าวนานาชาติเพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าข้าวจากนานาประเทศ การเร่งผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าข้าวในงานแสดงสินค้านานาชาติ
“สำหรับการส่งออกข้าวไทยในปี 70 คาดว่ายังคงเผชิญปัจจัยท้าทายเหมือนปี 69 ในเบื้องต้นอาจยังคงเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านตัน แต่ในช่วงปลายปี กรมการค้าต่างประเทศ จะหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเพื่อประเมินสถานการณ์เอลนีโญและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนอีกครั้ง”
ต้นทุนแพง-ผลผลิตต่ำ โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปัญหาข้าวไทยขณะนี้ คือ มีราคาสูงกว่าคู่แข่งอื่นๆ เป็นผลมาจากต้นทุนการเพาะปลูกข้าวของชาวนาสูง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศอื่นมาก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยดูแล ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะหาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง และเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยเรื่องราคาที่สมเหตุสมผลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม


