ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออกมาตรการที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่ผ่อนปกติ ลูกค้า NPL และลูกค้าใหม่ที่ต้องการกู้ซ่อมหรือสร้างบ้านใหม่ ยื่นเรื่องได้ที่ ธอส. ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 7 มาตรการ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ตั้งแต่การพักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือนโดยคิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ สินเชื่อซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ยต่ำ ไปจนถึงการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมประกันอัคคีภัยแบบเร่งด่วน ลูกค้ายื่นความประสงค์เข้าร่วมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เปิดเผยว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจากกัมพูชา ทำให้ช่วงวันที่ 25-27 กันยายน มีฝนตกหนักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัด ธนาคารจึงจัดมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่บ้านได้รับความเสียหาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลูกค้าที่ผ่อนปกติ พักหนี้ ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์

มาตรการที่ 1 ลูกค้าปัจจุบันที่บ้านซึ่งเป็นหลักประกันได้รับความเสียหาย พักชำระหนี้ได้ 3 เดือน โดยคิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องจ่ายเงินงวด หากบ้านเสียหายรุนแรงจนอยู่อาศัยไม่ได้ พักชำระหนี้ได้ 6 เดือนด้วยเงื่อนไขเดียวกัน เมื่อครบกำหนดจะกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม

ลูกค้ากลุ่มนี้ยังกู้เพิ่มเพื่อซ่อมบ้านได้สูงสุด 300,000 บาทต่อราย ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี โดย 100,000 บาทแรกคิดดอกเบี้ยคงที่ 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปีนาน 3 ปี ส่วน 200,000 บาทถัดมาคิดดอกเบี้ย 1.99 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และไม่ต้องจดทะเบียนจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน

กู้ซ่อมหรือสร้างบ้านใหม่ ลูกค้าใหม่ก็ยื่นได้

มาตรการที่ 2 ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ กู้เพื่อซ่อมแซมหรือสร้างบ้านทดแทนหลังเดิมได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อหลักประกัน 3 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องจ่ายเงินงวด เดือนที่ 4-24 คิดดอกเบี้ย 2.00 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-3.30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และปีที่ 4 เท่ากับ MRR-2.40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 5 จนครบสัญญา ลูกค้ารายย่อยคิด MRR-0.50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการคิด MRR-1.00 เปอร์เซ็นต์ต่อปี (MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.145 เปอร์เซ็นต์ต่อปี)

กรณีกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลา 40 ปี ธอส. ระบุว่าผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,100 บาท และยกเว้นค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,800 บาท) กับค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนอง ส่วนการกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านคิดดอกเบี้ยเท่ากับ MRR

ลูกค้า NPL ประนอมหนี้ ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ ใน 6 เดือนแรก

มาตรการที่ 3 ลูกค้า NPL ที่บ้านซึ่งเป็นหลักประกันเสียหาย ประนอมหนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องจ่ายเงินงวด เดือนที่ 7-18 คิดดอกเบี้ย 1.00 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยผ่อนไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน

มาตรการที่ 4 ลูกค้า NPL ที่รายได้ได้รับผลกระทบ ประนอมหนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ และผ่อนเดือนละ 1,000 บาท เดือนที่ 7-12 คิดดอกเบี้ย 1.00 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยผ่อนไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวกอีก 100 บาท

ทั้งสองมาตรการ เมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ จะกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิม

กรณีเสียชีวิต หรือบ้านเสียหายทั้งหลัง

มาตรการที่ 5 ลูกค้าบัญชีปกติและ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ผู้กู้ร่วมหรือทายาทผ่อนชำระต่อได้ด้วยดอกเบี้ย 0.01 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตลอดระยะเวลาที่เหลือ

มาตรการที่ 6 ลูกค้าบัญชีปกติและ NPL ที่บ้านเสียหายทั้งหลังจนซ่อมไม่ได้ ธนาคารปลดหนี้ในส่วนราคาอาคาร และให้ผ่อนต่อเฉพาะส่วนของที่ดินที่เหลือ

ทั้งสองมาตรการพิจารณาเป็นรายกรณี

เคลมประกันเร่งด่วน

มาตรการที่ 7 ลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ กับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ จะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมแบบเร่งด่วน (Fast Track) แจ้งความเสียหายด้วยภาพถ่ายได้ จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนกรมธรรม์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2019 ได้รับความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์


ข้อมูลที่ ธอส. เผยแพร่ระบุว่า มาตรการสินเชื่อต้องยื่นคำขอ อนุมัติ และทำนิติกรรมให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ และวงเงินในโครงการมีจำนวนจำกัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 026459000 หรือเพจ Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์