"พิพัฒน์ รัชกิจประการ" ลงพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา สั่งเร่งแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งปกป้อง ทล.43 เส้นทางหลักสู่ชายแดนใต้ พร้อมตรวจ รพ.เทพา บูรณาการยกระดับการเดินทางผู้ป่วยฉุกเฉิน
วันนี้ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง นำโดย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และผู้แทนส่วนราชการในพื้นที่ ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการดำเนินงานแก้ไขและป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณจุดพักรถริมทางหลวงหมายเลข 43 พร้อมเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเทพา เพื่อรับฟังสถานการณ์อุทกภัยและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเดินทางเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน
วิกฤติกัดเซาะ ทล.43 ถอยร่นปีละ 5 เมตร - ขีดเส้นเร่งหาข้อสรุป
จากการลงพื้นที่จุดแรกบริเวณจุดพักรถทางหลวงหมายเลข 43 พบว่าพื้นที่ชายฝั่งประสบปัญหาคลื่นกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า ชายฝั่งบางช่วงถอยร่นมากกว่า 100 เมตรในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยประมาณ 5 เมตรต่อปี โดยมีแนวกัดเซาะที่ต้องเฝ้าระวังเร่งด่วนระยะทางราว 500 เมตร โดยเฉพาะในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง การกัดเซาะจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ทางหลวงหมายเลข 43 ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมสายหลักที่เป็น "เส้นเลือดใหญ่" เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส หากปล่อยให้การกัดเซาะรุกตัวเข้าหาแนวถนน อาจส่งผลกระทบต่อช่องจราจรและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายังมีข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินและเขตอำนาจหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่บางส่วนคาบเกี่ยวกับเขตน่านน้ำในความดูแลของกรมเจ้าท่า และบางส่วนเป็นที่ดินเอกชน เบื้องต้นได้กำชับให้กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า และจังหวัดสงขลา เร่งบูรณาการหาข้อสรุปร่วมกันทั้งในมิติของรูปแบบการก่อสร้าง เขตพื้นที่รับผิดชอบ และงบประมาณ เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันถาวร ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง โดยในระยะเร่งด่วนได้มีการนำหินใหญ่มาทิ้งเสริมแนวป้องกันในจุดเสี่ยงแล้ว
ลุยตรวจ รพ.เทพา หนุนงบฯ 35 ล้าน ชงขยายช่องทางรับรถฉุกเฉิน
ต่อมา นายพิพัฒน์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเทพา เพื่อติดตามผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงปี 2567–2568 ที่ผ่านมา และรับฟังความต้องการด้านสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา ร่วมให้ข้อมูล
ปัจจุบันโรงพยาบาลเทพา รองรับผู้ป่วยขนาด 72 เตียง ทำหน้าที่เป็นสถานพยาบาลหน้าด่านสำคัญ รองรับประชาชนในพื้นที่ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งบริการรักษาพยาบาล กายภาพบำบัด ฟอกไต และทันตกรรม ทางโรงพยาบาลได้เสนอความต้องการงบประมาณราว 35 ล้านบาท เพื่อพัฒนาอาคารและปรับปรุงพื้นที่ให้บริการผู้ป่วย นายพิพัฒน์จึงขอให้ทางโรงพยาบาลจำแนกรายละเอียดงบประมาณที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบปัญหาการคมนาคมบริเวณหน้าโรงพยาบาล หลังพบว่าเส้นทางเข้า-ออกมีข้อจำกัดและการจราจรติดขัด กระทบต่อความคล่องตัวของรถพยาบาลฉุกเฉิน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานกรมทางหลวงและทางหลวงชนบท เข้ามาสำรวจสภาพพื้นที่เพื่อปรับปรุงและขยายช่องจราจร อำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลส่งผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม