กระทรวงคมนาคมเปิดทดลองวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง ทุกสุดสัปดาห์ เริ่ม 21 ส.ค.นี้ จำกัดเฉพาะรถ 4 ล้อ วิ่งไม่เกิน 80 กม./ชม. หวังหนุนเศรษฐกิจและแบ่งเบารถติดมุ่งสู่อีสาน
ดีเดย์ 21 ส.ค. 69 เปิดวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-ปากช่อง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 หรือ M6 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง โดย มอเตอร์เวย์ M6 เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเปิดประตูการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตลอดเส้นทางบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเป็นทางเลือกใหม่ควบคู่กับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง แบ่งเบาปริมาณการจราจร และลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
โดยถนนเส้นนี้มีประโยชน์เรื่องการเดินทางที่เร็วขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ กับภาคอีสานใกล้กันมากขึ้น เชื่อมผู้คน เชื่อมการค้า และเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงปากช่อง–ลำตะคองที่มีภูมิประเทศและทัศนียภาพสวยงาม การเดินทางในวันหยุดจะสะดวกขึ้น ประชาชนสามารถออกจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมเปิดทดลองให้บริการ M6 เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. และเปิดทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. ซึ่งจะเชื่อมต่อกับช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนสามารถใช้ M6 ได้ต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเพิ่มเติมครั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้หลักสำคัญ คือ “ประชาชนต้องได้รับทั้งความสะดวกและความปลอดภัย” พร้อมกันนี้ ได้กำชับเป็นพิเศษในช่วงที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณลำตะคอง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนสนใจเดินทางมาใช้เส้นทางและชมทัศนียภาพจำนวนมาก ต้องดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างมีวินัย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดขึ้นควบคู่กับความปลอดภัย
กางแผนเปิดใช้เต็มรูปแบบรับปีใหม่ 2570
สำหรับเป้าหมายระยะต่อไป ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งรัดงานที่เหลือ เพื่อให้สามารถ เปิดทดลองให้ประชาชนใช้ M6 ตลอดสายบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 ก่อนเข้าสู่การทดสอบระบบและการปฏิบัติงานเสมือนจริง (Trial Run) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและเก็บค่าผ่านทางต่อไป
เงื่อนไขการใช้บริการและข้อควรระวัง
พร้อมกำชับให้ความสำคัญสูงสุดในช่วงทดลองให้บริการ คือความปลอดภัย เนื่องจาก M6 เป็นเส้นทางที่มีมาตรฐานสูง ถนนกว้าง ราบเรียบ และมีช่วงทางตรงยาว ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงโดยไม่รู้ตัว จึงกำหนดให้ช่วงทดลองเปิดบริการ อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก ไม่ใช้ไหล่ทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมได้เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายกับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตราย พร้อมให้ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่เพิ่มการเฝ้าระวังตลอดเส้นทาง
โดยกรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน รองรับการเปิดทดลองช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา เพื่อบริหารจัดการจราจรและรับมือเหตุฉุกเฉิน
ตลอดเส้นทาง มีการติดตั้งป้าย VMS หรือป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ เพื่อแจ้งข้อมูลและสภาพการจราจรแก่ผู้ใช้ทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดเข้า–ออก เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และสถานการณ์จราจรผ่านช่องทางของกรมทางหลวง ทั้งสื่อออนไลน์ วิทยุออนไลน์ DOH Highway Radio (http://highwaytraffic.go.th/radio) และช่องทางประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้
สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการ งานก่อสร้างโยธามีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 99.37 จากทั้งหมด 40 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา เหลือ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4 และสัญญาที่ 21 โดยตั้งเป้าให้งานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
ส่วนงานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย และอาคารควบคุมต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 92.32 โดยกรมทางหลวงจะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน เพื่อรองรับการเปิดทดลองให้บริการตลอดสายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 และเตรียมเข้าสู่การให้บริการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าผ่านทาง ภายในเดือนเมษายน 2570 ต่อไป.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่