กรมการท่องเที่ยวรับลูกนโยบาย "รมว.สุรศักดิ์" ดีเดย์กวาดล้าง "ทัวร์เถื่อน-ไกด์เถื่อน-สแกมเมอร์" โชว์ผลงานครึ่งปีแรกฟันผิดเกือบ 200 ราย มุ่งยกระดับความปลอดภัยขั้นสุด

รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การนำของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ยกระดับ "ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว" ให้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด โดยครอบคลุมทั้งมิติความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว และการกวาดล้างภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ (Scammer) การเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนปัญหาทัวร์เถื่อนและไกด์เถื่อน เพื่อสร้างเกราะป้องกันและเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ในฐานะผู้บริหารหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานเชิงรุกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า กรมการท่องเที่ยวได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 3,187 ราย เพื่อกวาดล้างผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้สรุปผลการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้

ผลการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว (จำนวน 1,962 ราย): พบผู้กระทำผิดไม่เป็นไปตามกฎหมายจำนวน 68 ราย โดยพบความผิด 3 ข้อหาหลัก ได้แก่

1. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์เถื่อน)

2. การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ตรงตามคุณสมบัติในมาตรา 17 (1) แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (สัดส่วนทุนและกรรมการบริษัทต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยตามที่กฎหมายกำหนด)

3. การไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว

ผลการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ (จำนวน 1,225 ราย): พบผู้กระทำผิดจำนวน 129 ราย โดยความผิด 3 ลำดับแรก ได้แก่

1. การไม่ติดบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ขณะปฏิบัติหน้าที่

2. การไม่มีหรือไม่แสดงใบสั่งงาน (Job Order)

3. การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต (ไกด์เถื่อน)

นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางการทำงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กรมการท่องเที่ยวจะยังคงตอกย้ำนโยบายความปลอดภัยของกระทรวงฯ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทนำเที่ยวต้องดูแลใบอนุญาตประกอบธุรกิจไม่ให้ขาดต่ออายุ (สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ 30 วันก่อนหมดอายุ) และต้องจัดให้มีมัคคุเทศก์ดูแลนักท่องเที่ยวทุกครั้ง ในขณะที่มัคคุเทศก์เองก็ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ (สามารถยื่นต่ออายุล่วงหน้าได้ถึง 120 วัน) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวขอขอบคุณประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ที่ร่วมเป็นเครือข่ายหูตาในการเฝ้าระวัง หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิดของบริษัทนำเที่ยว ไกด์เถื่อน หรือกลุ่มสแกมเมอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้โดยตรงผ่านช่องทาง Facebook Fanpage: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism หรือทางอีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบ ดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำกับดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม