อัยการฝรั่งเศสและหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ เร่งเปิดการสอบสวนกรณีสถาบันการเงินชั้นนำ Credit Mutuel Arkea ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ โจรกรรมเงินสดไปได้ถึง 100 ล้านยูโร หรือราว 3,650 ล้านบาท

รายงานระบุว่า เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวส่งผลให้ทางธนาคาร Credit Mutuel Arkea ต้องสั่งระงับธุรกรรมบางประเภทเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้การโอนเงินของลูกค้าบางส่วนเกิดความล่าช้า อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารยืนยันว่าสินทรัพย์และบัญชีของลูกค้าส่วนบุคคลไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

โฆษกของ Credit Mutuel Arkea เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุได้เข้าถึงระบบและใช้บัญชีของธนาคารในการทำธุรกรรมฉ้อโกง เพื่อยักย้ายเงินออกไป โดยเงินที่ถูกขโมยไปในตอนแรกเป็นเงินสกุลปกติ ไม่ใช่คริปโทเคอร์เรนซี แต่มีความเป็นไปได้สูงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจนำเงินจำนวนดังกล่าวไปแปลงสภาพเป็นคริปโตในภายหลังเพื่อยากต่อการติดตาม

นอกจากนี้ ธนาคารได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่า Fortuneo ธนาคารออนไลน์ในเครือเป็นจุดอ่อนที่ทำให้แฮกเกอร์เจาะเข้าระบบ โดยยืนยันว่าทั้ง Fortuneo และบัญชีของลูกค้าในฝั่งนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถูกโจมตีครั้งนี้แต่อย่างใด

ราเฟย์ บาลอช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ RedSecLabs เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Credit Mutuel Arkea ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากและไม่เคยปรากฏมาก่อนในระดับนี้ของยุโรป เนื่องจากปกติแล้วภัยไซเบอร์มักเป็นเรื่องของข้อมูลรั่วไหลหรือการเรียกไถ่ข้อมูล แต่ครั้งนี้เป็นการขโมยตัวเงินโดยตรงจากระบบสถาบันการเงินหลัก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามหลังเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่อื่นๆ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เช่น กรณีการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่าสูงถึง 6,300 ล้านดอลลาร์จากกระดานเทรด Binance รวมถึงระลอกการโจมตีตู้เย็นอัจฉริยะที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในภูมิภาคยุโรป

ขณะนี้ Credit Mutuel Arkea ได้แจ้งเรื่องไปยังธนาคารกลางยุโรป (ECB) และหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของฝรั่งเศส (ACPR) เรียบร้อยแล้ว โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถติดตามเงินที่สูญหายกลับคืนมาได้จำนวนเท่าใด.

ที่มา : Reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ