ฝรั่งเศสเผชิญการประท้วงระลอกใหม่ หลังสหภาพแรงงานจับมือขบวนการนักเรียนนักศึกษา นัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ 5 พฤศจิกายน กว่า 252 จุด คาดมวลชนลงถนนสูงสุด 7 แสนคน เรียกร้องปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและแก้ปัญหาน้ำมัน-ค่าครองชีพพุ่ง ขณะทางการสั่งระดมกำลังตำรวจ 70,000 นายพร้อมคุมเข้มขั้นเด็ดขาด
สหภาพแรงงานทั่วฝรั่งเศสเตรียมนัดหยุดงานและจัดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศในวันนี้ (5 พ.ย.) เพื่อเรียกร้องการปรับขึ้นค่าจ้างและแก้ปัญหาค่าครองชีพ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจทางสังคมที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ร่วง
ข้อมูลจากแผนที่การชุมนุมของสมาพันธ์แรงงาน CGT ระบุว่า ขณะนี้มีการประกาศจัดกิจกรรมประท้วงแล้ว 252 จุดทั่วประเทศ โดยคาดว่าโรงเรียนและระบบขนส่งจะได้รับผลกระทบจากการนัดหยุดงานครั้งนี้
ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานประกอบด้วย การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งไม่มีการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษมาตั้งแต่ปี 2555 การขึ้นเงินเดือนให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน การปฏิรูประบบภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรม การรักษาคุณภาพบริการสาธารณะ และการปรับปรุงสภาพการศึกษาให้แก่เยาวชน
นางแมรีลี เลอง เลขาธิการสหภาพแรงงาน CFDT กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ BFM ว่า คนทำงานควรสามารถดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมจากรายได้ที่ได้รับ โดยเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลและนายจ้างดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ทางการฝรั่งเศสประเมินว่า จะมีประชาชนเข้าร่วมการประท้วงทั่วประเทศประมาณ 500,000 ถึง 700,000 คน ไม่นับรวมกรุงปารีส ขณะที่เมืองหลวงคาดว่าจะมีผู้เดินขบวนมากถึง 80,000 คน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
สหภาพแรงงานหวังให้จำนวนผู้เข้าร่วมใกล้เคียงกับการประท้วงต่อต้านการปฏิรูปบำนาญเมื่อปี 2566 ซึ่งมีประชาชนออกมาชุมนุมมากกว่า 1 ล้านคน
การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีการเคลื่อนไหวของนักเรียนมัธยมปลายที่เริ่มต้นจากการเรียกร้องให้ปรับปรุงสภาพการเรียนการสอน ก่อนขยายตัวเป็นกระแสประท้วงในวงกว้าง
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสเผชิญเหตุจลาจลรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี มีการปะทะกับตำรวจ การปล้นสะดม และการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ขณะที่ทางการยอมรับว่ามีข้อบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยและข่าวกรองที่นำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านลอรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ประกาศว่า จะระดมตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง 70,000 นายทั่วประเทศ พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่งต่อการใช้ความรุนแรงหรือการก่อความวุ่นวาย
การชุมนุมของนักเรียนมัธยมปลายเกิดขึ้นในหลายเมือง โดยที่กรุงปารีส ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสกัดกั้นนักเรียนที่พยายามปิดทางเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย Hélène-Boucher ขณะที่การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่บางแห่งเกิดการปะทะกับตำรวจ ซึ่งมีการใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำสลายการชุมนุม
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดสอบสวนคดีพยายามฆ่า หลังเกิดเหตุขว้างระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่การตอบโต้ของตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุ และมีการสอบสวนภายในเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการใช้กำลังเกินความจำเป็นต่อผู้ชุมนุม โดยมีวัยรุ่นหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีผู้ถูกจับกุมหลายพันคน
อีกประเด็นที่สร้างความขัดแย้งคือการจำกัดเส้นทางเดินขบวนในกรุงปารีส โดยตำรวจนครบาลปารีสสั่งห้ามเส้นทางที่สหภาพแรงงานเสนอ ซึ่งเดิมกำหนดให้เดินระหว่างจัตุรัสบาสตีย์และจัตุรัสกงกอร์ด และศาลปกครองกรุงปารีสมีคำสั่งยืนตามการห้ามดังกล่าว หลังสหภาพแรงงานยื่นอุทธรณ์
เส้นทางที่ได้รับอนุญาตใหม่จะเริ่มจากจัตุรัส République ไปยังจัตุรัส Nation ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุงปารีส โดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ใจกลางเมืองและสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น รัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดี และทำเนียบรัฐบาล
สหภาพแรงงานหลายแห่งวิจารณ์การห้ามเส้นทางดังกล่าวว่าเป็นความพยายามจำกัดเสรีภาพในการชุมนุม ขณะที่ตัวแทน CGT ในเมืองตูลูสทางตอนใต้ของประเทศยืนยันว่าจะเดินขบวนในใจกลางเมือง แม้ศาลจะยืนตามคำสั่งห้ามเส้นทางของตำรวจ
นายฟาบริซ ฟอร์ต ตัวแทน CGT ระบุว่า กระแสความไม่พอใจสะสมกำลังเพิ่มขึ้น และประชาชนยังคงสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัย พร้อมตั้งคำถามต่อข้อจำกัดเสรีภาพ โดยเฉพาะการห้ามจัดการชุมนุม ซึ่งกระตุ้นให้ประชาชนที่ปกติไม่ค่อยแสดงความเห็นออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น
ด้านการขนส่งและการศึกษาได้รับผลกระทบจากการนัดหยุดงาน กระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศสประเมินว่า ครูและบุคลากรในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐที่เข้าร่วมการนัดหยุดงานมีสัดส่วน 17.54 เปอร์เซ็นต์
สำหรับการรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศส หรือ SNCF สหภาพแรงงาน 4 แห่ง ได้แก่ CGT, Unsa Ferroviaire, Sud Rail และ CFDT ร่วมกันเรียกร้องให้พนักงานหยุดงาน โดยบริษัทคาดว่าการเดินรถในเส้นทางภูมิภาคและเขตปารีสจะได้รับผลกระทบ ขณะที่รถไฟความเร็วสูง TGV จะได้รับผลกระทบเล็กน้อย
ส่วนระบบขนส่งของ RATP ในกรุงปารีสคาดว่าจะให้บริการตามปกติทั้งรถไฟใต้ดิน รถโดยสารประจำทาง และรถราง ยกเว้นรถไฟ RER B ซึ่งจะให้บริการเพียงครึ่งหนึ่งของขบวนในช่วงทางตอนเหนือ และสองในสามของขบวนในช่วงทางตอนใต้
การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญแรงกดดันให้แก้ไขปัญหาการเงินของประเทศ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะจัดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพื่อเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ขณะที่พรรคขวาจัดยังคงนำในการสำรวจความคิดเห็น
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของเยาวชนลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นในหลายประเทศยุโรป เช่น เดนมาร์ก เยอรมนี และอิตาลี ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.
ที่มา AFP / franceinfo