โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมถอด แอฟริกาใต้กับรวันดาออกจากข้อตกลงการค้า ซึ่งให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ทั้งสองประเทศ โดยอ้างเหตุผลว่า ทั้งสองประเทศประพฤติไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การรับสิทธิ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 พ.ย. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อรัฐสภาว่า เขาตั้งใจที่จะถอดแอฟริกาใต้กับรวันดา ออกจากโครงการรับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้กฎหมายเพื่อการเติบโตและโอกาสในแอฟริกา (AGOA) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป
นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลการทบทวนรายปีพบว่า ทั้งแอฟริกาใต้และรวันดา ดำเนินการไม่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณสมบัติในการรับสิทธิพิเศษในโครงการดังกล่าว และเสริมว่า รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งเรื่องการตัดสินใจนี้ให้ทั้งสองประเทศทราบแล้ว
ในจดหมายที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งถึงประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้ อ้างประเด็นเรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน รวมถึงอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน เช่นการจำกัดการเข้าถึงตลาดเกษตรและทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเหตุผลในการถอดแอฟริกาใต้ออกจากโครงการ
นอกจากนี้ จดหมายของทรัมป์ยังระบุว่า การกระทำของแอฟริกาใต้ในเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ และการที่แอฟริกาใต้มีความสัมพันธ์และความร่วมมือกับรัฐบาลต่างๆ ที่เป็นภัยต่อวอชิงตันนั้น บ่อนทำลายความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ
ส่วนรวันดา สหรัฐฯ อ้างเรื่องความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชน, การแบ่งหลายขั้วทางการเมือง, หลักนิติธรรม และสิทธิแรงงาน เป็นเหตุผลในการถอดชาติแอฟริกาแห่งนี้ออกจากโครงการ
เมื่อสัปดาห์ก่อน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่งคว่ำบาตรกระทรวงกลาโหมรวันดา เนื่องจากพบหลักฐานว่าส่งกำลังทหารและสนับสนุนอาวุธให้กลุ่มกบฏ M23 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่ทางการรวันดาปฏิเสธ
ทั้งนี้ นายปาร์กส์ เทา รัฐมนตรีกระทรวงการค้าของแอฟริกาใต้ระบุว่า การตัดสินใจนี้ของสหรัฐฯ เป็นเรื่อง “น่าเสียดาย” และว่าสหรัฐฯ หยิบยกประเด็นใหม่ที่ไม่เคยหารือกันมาก่อนมาใช้ในการกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม แอฟริกาใต้พยายามลดผลกระทบโดยเร่งกระจายตลาดส่งออก โดยชี้ว่ามูลค่าส่งออกส่วนใหญ่ หรือประมาณ 89% ใช้สิทธิ MFN ขององค์การการค้าโลก (WTO) อยู่แล้ว มีเพียง 10% เท่านั้นที่ใช้สิทธิ AGOA โดยลดจากปี 2567 ที่ต้องพึ่งพา AGOA ถึง 28%
แอฟริกาใต้เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาแร่ธาตุสำคัญ 12 ชนิดจากแอฟริกาใต้ รวมถึงไอโซโทปที่ใช้รักษาโรคมะเร็งที่สหรัฐฯ ต้องนำเข้าถึง 70% จากปริมาณที่ต้องใช้ทั้งหมด
ด้าน “ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์” (Oxford Economics) บริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจชั้นนำระดับโลก เตือนว่ามาตรการนี้ของสหรัฐฯ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตของแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเจอศึกหนักจากสินค้าราคาถูกจากจีน
ขณะที่รวันดา มียอดส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ เติบโตขึ้นเป็น 43.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 แต่ตลาดสหรัฐฯ คิดเป็นเพียง 2% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดของรวันดา และมีสินค้าเพียง 4% เท่านั้นที่ใช้สิทธิ AGOA ทำให้ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจต่อรวันดาค่อนข้างจำกัด เนื่องจากคู่ค้าหลักยังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้านและตลาดในเอเชีย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


