จำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 5,000 ศพแล้ว ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมก็มากกว่า 10,300 ราย โดยยังไม่มีทีท่าว่าทางการจะหยุดยั้งการระบาดได้
เมื่อ 31 ต.ค. 2569 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้ออีโบลาในประเทศเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 5,000 ศพแล้ว โดยขณะนี้ การระบาดขยายวงกว้างไปยัง 8 จังหวัด จากทั้งหมด 26 จังหวัด มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 10,300 ราย
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า การระบาดระลอกนี้ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม กลายเป็นการระบาดครั้งที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้ออยู่ที่ 48.6%
กระทรวงสาธารณสุขระบุในรายงานอัปเดตล่าสุดว่า ศูนย์กลางการแพร่ระบาดยังคงอยู่ในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น ส่งผลให้การควบคุมไวรัสทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า นี่นับเป็นการระบาดครั้งที่ 17 ในประวัติศาสตร์ของดีอาร์คองโกและเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีมา
ด้านสำนักงานองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคแอฟริกาย้ำว่า จำเป็นต้องมีการ “ยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง, เพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ระบาด และเข้าถึงชุมชนให้มากขึ้น” เพื่อยุติการระบาดครั้งนี้
WHO เสริมด้วยว่า ขณะที่การตรวจหาเชื้อและการรักษากำลังดำเนินอยู่ ควบคู่ไปกับการทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีน เนื่องจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ที่กำลังระบาดอยู่นั้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสายพันธุ์นี้
UN ระบุเพิ่มเติมว่า การระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดก่อนหน้านี้ของดีอาร์คองโก เคยบันทึกยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่ 2,299 ราย ช่วงระหว่างปี 2561-2563 ส่วนการระบาดครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิดขึ้นในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559 คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 11,325 ราย และแพร่กระจายไปหลายประเทศ รวมถึงอิตาลี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม UN เตือนว่า การระบาดระลอกล่าสุดนี้กำลัง “คร่าชีวิตผู้คนด้วยอัตราความเร็วที่สูงกว่ามาก”
ทั้งนี้ นอกจากในดีอาร์คองโกแล้ว ยังมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อยูกันดา, ไนจีเรีย และเคนยาด้วย โดยในยูกันดาพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ และผู้ติดเชื้อ 20 ราย แต่ไม่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีกเลยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ส่วนที่เคนยา มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 9 ราย และเสียชีวิต 2 ศพ ขณะที่ศูนย์ควบคุมโรคของไนจีเรียระบุเมื่อวันเสาร์ว่า พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาเพิ่มอีก 2 ราย หลังจากเมื่อต้นเดือนตุลาคม พบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นหญิงที่เดินทางมาจากยูกันดา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเธอติดเชื้อมาจากที่ใดกันแน่
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


