วุฒิสภาฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายความรับผิดทางแพ่งฉบับใหม่ บังคับใช้ระบบ "รับผิดชอบร่วม" ให้ผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่มีการใช้ความรุนแรง ต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายสูงสุด 10,000 ยูโร หรือราว 3.76 แสนบาท ขณะที่ฝ่ายค้านฝ่ายซ้ายและองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนว่า อาจกระทบเสรีภาพในการชุมนุมและซ้ำเติมความเดือดร้อนของครัวเรือนรายได้น้อย
วุฒิสภาฝรั่งเศสได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า กฎหมาย "Casseurs-payeurs" (ผู้ก่อจลาจลต้องเป็นผู้จ่าย) ด้วยคะแนนเสียง 229 ต่อ 105 เสียง ซึ่งเสนอโดยพันธมิตรฝ่ายขวาและสายกลางที่เป็นเสียงข้างมากในสภา เพื่อเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่ผู้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงที่บานปลายจนเกิดความรุนแรง
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ระบบความรับผิดชอบร่วมทางแพ่ง ที่เปิดทางให้ภาครัฐและผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าชดเชยและค่าเสียหายจากผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้สูงสุดถึง 10,000 ยูโร หรือประมาณ 376,000 บาทต่อคน หากพบว่าบุคคลนั้น "มีส่วนร่วมโดยรู้เห็น" ในกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อก่อความรุนแรง หรือ "ปฏิเสธที่จะสลายตัว" หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศเตือนแล้ว 2 ครั้ง แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ลงมือทำลายทรัพย์สินหรือปล้นชิงโดยตรงก็ตาม
ร่างกฎหมายเว้นโทษให้แก่บุคคลที่มีเหตุผลอันชอบธรรมในการอยู่ในพื้นที่ เช่น ผู้สังเกตการณ์อิสระด้านสิทธิมนุษยชน และหน่วยบุคลากรทางการแพทย์อาสา นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มบทบัญญัติที่ให้อำนาจรัฐอายัดเงินช่วยเหลือทางสังคม เช่น เงินอุดหนุนบุตร เงินช่วยเหลือค่าที่พักอาศัย และเงินรายได้พยุงชีพ เพื่อนำมาชดใช้ค่าเสียหาย
ร่างกฎหมายยังเพิ่มโทษจำคุกสำหรับการชักชวนให้เกิดการชุมนุมที่ติดอาวุธเป็นสูงสุด 3 ปี เพิ่มโทษผู้จัดชุมนุมที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำคุก 1 ปี และกำหนดให้การเข้าร่วมการประท้วงที่ผิดกฎหมายเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 7,500 ยูโร รวมถึงให้อำนาจระงับและลบเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียที่ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงภายใน 24 ชั่วโมง
นายโลร็องต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส แถลงปกป้องร่างกฎหมายดังกล่าวโดยระบุว่า เป็นเรื่องของ "สำนึกชั่วดี" ที่ผู้ก่อความเสียหายต้องเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมแซม ไม่ใช่ปล่อยให้ภาระตกอยู่กับภาษีของประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมย้ำว่าร่างกฎหมายนี้มุ่งเป้าเฉพาะผู้ที่มีเจตนาแฝงและผู้ที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ม็อบรุนแรงเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเอาผิดประชาชนหรือผู้ชุมนุมโดยสงบ
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ดึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย กลุ่มสหภาพแรงงาน และองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยฝ่ายค้านโจมตีว่า กฎหมายนี้เป็น "การลงโทษแบบเหมารวม" ที่ไม่คำนึงถึงความเป็นจริงในพื้นที่การชุมนุม เช่น ผู้ประท้วงอาจไม่ได้ยินเสียงประกาศของตำรวจหรือติดอยู่ในวงล้อม จนไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ นอกจากนี้ การอายัดเงินสวัสดิการรัฐยังเป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้มีรายได้น้อยท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ และสร้างบรรทัดฐานที่เป็นอันตรายต่อเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออกทางคำพูด
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการผลักดันขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์จลาจลจากการฉลองชัยชนะของสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประกอบกับเหตุการณ์ความวุ่นวายและการปล้นชิงร้านค้าในการชุมนุมประท้วงใหญ่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ร่างกฎหมายจะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาและลงมติในสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสต่อไป.
ที่มา AFP / Public Sénat


