ทางการอินโดนีเซียเร่งตรวจสอบชิ้นส่วนโลหะขนาดใหญ่ 2 ชิ้น ซึ่งตกลงในสวนปาล์มน้ำมันในจังหวัดกาลิมันตันกลาง บนเกาะบอร์เนียว โดยหน่วยงานวิจัยของอินโดนีเซียระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าเป็นเศษซากจรวด Zhuque-2E ของจีนที่นำส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ ขณะที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหาย และเจ้าหน้าที่เตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้หรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย
ทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งตรวจสอบซากวัตถุโลหะขนาดใหญ่ที่ตกลงในสวนปาล์มน้ำมันใกล้พื้นที่พักอาศัยและบริเวณปฏิบัติงานของคนงานในจังหวัดกาลิมันตันกลาง บนเกาะบอร์เนียว โดยเบื้องต้นมีการประเมินว่าอาจเป็นชิ้นส่วนจรวดของจีนที่กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ก่อนตกลงสู่พื้นดิน
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่รายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดหรือเสียงดังสนั่นจากท้องฟ้าในบริเวณห่างไกล ต่อมาในเช้าวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม คนงานในสวนปาล์มน้ำมันของบริษัท PT Agro Bukit พบชิ้นส่วนโลหะขนาดใหญ่ตกอยู่ภายในพื้นที่เพาะปลูก ใกล้เมืองซัมปิต ในเขตจังหวัดกาลิมันตันกลาง
วาร์ดี ทัมโรนี คนงานวัย 51 ปี ซึ่งเป็นผู้พบวัตถุดังกล่าวเป็นคนแรก เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ในตอนแรกเขาคิดว่าอาจเป็นเศษซากเครื่องบิน โดยจุดที่พบอยู่ห่างจากอาคารที่พักคนงานของบริษัทประมาณ 3 กิโลเมตร และเป็นบริเวณที่คนงานเข้าไปปฏิบัติงานตามปกติ อย่างไรก็ตาม เคราะห์ดีที่คนงานทั้งหมดกลับบ้านไปแล้ว จึงไม่มีผู้ใดอยู่ในสวนปาล์มขณะเกิดเหตุ
อี กาเดก ดวี โยกา ซิดิมันตรา ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า วัตถุชิ้นแรกมีลักษณะเป็นแผ่นอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ รูปร่างไม่สม่ำเสมอ ยาวได้ถึงประมาณ 9 เมตร และมีร่องรอยไหม้ให้เห็นอย่างชัดเจน
ขณะที่ซาครูเดียน โฆษกด้านการบินพลเรือนของอินโดนีเซีย ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหาย อีกทั้งยังไม่พบความเสี่ยงด้านกัมมันตรังสีหรือสารพิษจากวัตถุดังกล่าว
สำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BRIN ประเมินว่า เศษซากที่พบมีแนวโน้มเป็นส่วนหนึ่งของจรวด Zhuque-2E ของจีน หลังรัฐบาลจีนเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จรวดรุ่นดังกล่าวได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยเชิงพาณิชย์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อนำส่งดาวเทียม 10 ดวงขึ้นสู่วงโคจร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำชี้แจงจากสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในทันที
โธมัส จามาลุดดิน นักวิจัยของ BRIN อธิบายว่า ชิ้นส่วนของยานอวกาศไม่ได้เผาไหม้หมดทุกชิ้นขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก โดยชิ้นส่วนที่ทนต่อความร้อนสูงอาจรอดจากการเผาไหม้และตกลงสู่พื้นดินได้ ซึ่งอาจเป็นคำอธิบายสำหรับการพบเศษโลหะขนาดใหญ่ในสวนปาล์มน้ำมันที่เมืองซัมปิต
ต่อมาในเช้าวันอังคารที่ 20 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุต้องสงสัยอีกชิ้นหนึ่ง ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร โดยซาครูเดียนระบุว่า จากภาพถ่ายเบื้องต้น วัตถุชิ้นที่สองมีลักษณะโค้งมนคล้ายโดมหรือครึ่งวงกลม และอาจเกี่ยวข้องกับวัตถุชิ้นแรก อีกทั้งดูเหมือนทำจากโลหะผสมอะลูมิเนียม แต่จำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อยืนยันองค์ประกอบของวัสดุ
ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นวัตถุสีเหลืองหม่น มีลักษณะโค้งและมีหมุดย้ำเรียงอยู่ตามแนวพื้นผิว บางส่วนยังมีสายไฟและชิ้นส่วนประกอบติดอยู่ โดยวัตถุตกอยู่ท่ามกลางทางใบปาล์มที่กระจัดกระจาย ทำให้คนงานและชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางไปดูเหตุการณ์และบันทึกภาพไว้
เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่จุดพบวัตถุชิ้นที่สองด้วยแนวกั้นของตำรวจ เพื่อรักษาสภาพสถานที่เกิดเหตุ ขณะที่ชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้านี้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังฐานทัพอากาศอิสกันดาร์ ในเมืองปังกาลันบุน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและระบุที่มาเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าร่วมดำเนินการ
การตรวจสอบเบื้องต้นยังพบรหัสกำกับบนชิ้นส่วนโลหะว่า "2ZQE31-20-15 240256KY" ซึ่งคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ KNKT เห็นว่ารหัสบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับชื่อจรวด Zhuque-2E ของจีน จึงประสานงานกับองค์การวิจัยด้านการบินและอวกาศภายใต้ BRIN ก่อนจะได้รับข้อมูลยืนยันว่า เศษซากที่พบเป็นส่วนหนึ่งของจรวดนำส่งดาวเทียมของจีน
ด้านกองบัญชาการทหารประจำภูมิภาค ยืนยันว่าได้รับทราบรายงานการพบวัตถุชิ้นที่สองแล้ว และได้ส่งกำลังพลลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่า อาจยังมีเศษซากอื่นกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนที่พบวัตถุแปลกปลอมรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ห้ามเข้าใกล้ สัมผัส หรือเคลื่อนย้ายด้วยตนเอง เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดถึงชนิดของวัตถุและระดับความเสี่ยง
นอกจากนี้ KNKT ยังประสานงานกับ AirNav Indonesia ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบการเดินอากาศ ตลอดจนผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับอากาศยาน โดยไม่พบรายงานเครื่องบินสูญเสียการติดต่อที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ผลการตรวจสอบเส้นทางการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของเศษซากยังพบว่า แนววิถีการเคลื่อนที่พาดผ่านบริเวณที่พบวัตถุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบชิ้นส่วนที่เก็บกู้ได้ เพื่อยืนยันรายละเอียดและที่มาอย่างเป็นทางการ
องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ระบุว่า ความเสี่ยงที่เศษซากอวกาศจะตกลงมาทำให้บุคคลบนโลกเสียชีวิตยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่บ่อย เช่น การถูกฟ้าผ่าหรือการถูกฉลามโจมตี แต่ความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยรายงานของสำนักงานเศษซากอวกาศ ESA เมื่อปีที่แล้วระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากกิจกรรมด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2019-2024
สำหรับคนงานในสวนปาล์ม เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดปกติที่ยากจะคาดการณ์ โดยวาร์ดีกล่าวว่า หากต้องคอยกังวลว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกวัน คนงานก็คงไม่สามารถทำงานตามปกติได้ พร้อมระบุว่า ในเมื่อไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรม
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงจากเศษซากวัตถุอวกาศที่อาจรอดจากการเผาไหม้ขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แม้โดยทั่วไปเศษซากส่วนใหญ่จะตกลงสู่มหาสมุทรซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นผิวโลก แต่กรณีที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่า เศษซากเหล่านี้อาจตกในพื้นที่เกษตรกรรมหรือใกล้ชุมชนได้เช่นกัน.
ที่มา CNN Indonesia / AFP


