น้ำป่าไหลหลากในเนปาลสร้างความเสียหายหนัก พัดสะพาน และเส้นทางเดินป่าเสียหาย ส่งผลให้นักเดินป่าชาวต่างชาติกว่า 100 คนติดค้างตามจุดต่าง ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งปฏิบัติการกู้ภัยต่อเนื่อง
นักเดินป่าชาวต่างชาติมากกว่า 100 คนยังคงติดค้างอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทางตอนกลางของเนปาล หลังน้ำป่าพัดทำลายเส้นทางเดินป่าและสะพานหลายแห่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางกลับออกจากพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประเมินความปลอดภัยของเส้นทางอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตกอร์ข่า ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกราว 100 กิโลเมตร หลังเกิดดินถล่มก่อนรุ่งสางในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดินและเศษซากปิดกั้นแม่น้ำพุธีกันดากี ก่อนน้ำเอ่อล้นและไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ปลายน้ำอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้ว 321 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 12 คน ขณะที่กองทัพเนปาลระบุว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือต่อในวันอังคาร แม้ระดับน้ำในแม่น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม
ภวุวัน ราช โอชา เจ้าหน้าที่โครงการพื้นที่อนุรักษ์มานาสลู ซึ่งครอบคลุมเส้นทางเดินป่ายอดนิยมของเนปาล เปิดเผยว่า ยังมีนักเดินป่าชาวต่างชาติมากกว่า 100 คนติดค้างอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ เนื่องจากเส้นทางบางช่วงถูกน้ำพัดหายไป
โอชาระบุว่า นักเดินป่าที่ต้องการเดินทางกลับจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้ที่ต้องการเดินหน้าท่องเที่ยวต่อสามารถทำได้จากจุดที่มีความปลอดภัย โดยตลอดเส้นทางยังมีร้านอาหารและที่พักสำหรับนักเดินป่า ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมครั้งนี้ แต่หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติระบุว่า ชาวบ้าน 5 คนยังขาดการติดต่อ หลังมวลดินโคลนสีดำและเศษซากจากกระแสน้ำพัดทำลายบ้านเรือนและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง
แม่น้ำพุธีกันดากีเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำตรีศูลี โดยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำสาขาอีกสายหนึ่ง ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมรุนแรงจากการพังทลายของธารน้ำแข็งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,457 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันคน
ด้านศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ (ICIMOD) ประเมินเบื้องต้นว่า น้ำท่วมครั้งล่าสุดอาจเกิดจากสิ่งกีดขวางชั่วคราวที่เกิดขึ้นในแม่น้ำหลังดินถล่ม ก่อนสิ่งกีดขวางดังกล่าวพังทลายลง ทำให้มวลน้ำไหลทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่าง
เปมา กยัมต์โช ผู้อำนวยการใหญ่ของ ICIMOD ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนบนภูเขาและพื้นที่ตามแนวแม่น้ำยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่า นอกจากการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว การตรวจสอบหาสาเหตุของน้ำท่วมยังมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงและเตรียมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


