นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังรัฐบาลเสียงข้างน้อยพ่ายแพ้ในรัฐสภาจากการผลักดันมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาวิกฤตที่อยู่อาศัย ขณะที่คะแนนนิยมของพรรคฝ่ายค้านสายอนุรักษนิยมยังนำพรรคสังคมนิยม

นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซของสเปน ประกาศให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังรัฐบาลเสียงข้างน้อยของเขาพ่ายแพ้ในการลงมติในรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากกรณีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือวิกฤตที่อยู่อาศัย

ซานเชซกล่าวผ่านโทรทัศน์ว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวสเปนจะเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ พร้อมระบุว่า หากรัฐบาลต้องการดำเนินนโยบายได้มากขึ้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้างกว่าเดิม โดยเป้าหมายคือการสร้างเสียงข้างมากฝ่ายก้าวหน้าในรัฐสภา "ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวสเปนจะตัดสินใจว่า คุณต้องการอนาคตแบบใดสำหรับตัวคุณเองและประเทศของคุณ"

ซานเชซ วัย 54 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2018 และเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในยุโรป โดยตั้งแต่ปี 2023 เขาบริหารประเทศด้วยรัฐบาลผสมเสียงข้างน้อยร่วมกับพรรคซูมาร์ (Sumar) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายซ้าย และต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากพรรคขนาดเล็กหลายพรรคเพื่อผลักดันกฎหมายในรัฐสภา

ความพ่ายแพ้ในรัฐสภาเกิดขึ้นหลังรัฐบาลเสนอคำสั่งฉุกเฉิน 2 ฉบับเพื่อบรรเทาวิกฤตที่อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงมาตรการต่ออายุสัญญาเช่าโดยอัตโนมัติ และข้อจำกัดการขับไล่ผู้เช่าที่อยู่ในภาวะเปราะบาง รวมถึงมาตรการควบคุมการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์

แต่พรรคฝ่ายค้านฝ่ายขวาร่วมกันคัดค้านมาตรการดังกล่าว ขณะที่พรรคแบ่งแยกดินแดนแคว้นกาตาลุญญา "จุนต์ส" (Junts) ซึ่งรัฐบาลของซานเชซต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ก็ลงมติคัดค้านเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าร่างมาตรการถูกจัดทำขึ้นอย่างเร่งรีบและอาจทำให้วิกฤตที่อยู่อาศัยเลวร้ายลง

ความพ่ายแพ้ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนเดินขบวนในกรุงมาดริดและเมืองต่าง ๆ ทั่วสเปน เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม

การประท้วงปะทุขึ้นอย่างรุนแรงหลังกรณีการขับไล่ มาริคาร์เมน อาบาสกัล หญิงวัย 87 ปี ออกจากอพาร์ตเมนต์ในกรุงมาดริดที่เธออาศัยมานานหลายสิบปีเมื่อเดือนที่ผ่านมา

กลุ่มรณรงค์ด้านที่อยู่อาศัยระบุว่า อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวถูกซื้อโดยบริษัทลงทุนแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องการขึ้นค่าเช่าของอาบาสกัลถึง 275% ก่อนกระแสต่อต้านทำให้เจ้าของใหม่เจรจาและตกลงให้เธอกลับไปพักอาศัยในห้องเดิมด้วยค่าเช่าในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงหลายร้อยคนยังคงปักหลักในเต็นท์กลางกรุงมาดริดมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปตลาดที่อยู่อาศัย

ปัญหาดังกล่าวรุนแรงขึ้นจากอุปทานที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ค่าเช่าและราคาบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ข้อมูลจากเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ Idealista ระบุว่า ค่าเช่าเฉลี่ยในสเปนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาประกาศขายบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 90%

นอกจากปัญหาที่อยู่อาศัยแล้ว ซานเชชยังเผชิญแรงกดดันจากคดีและข้อกล่าวหาด้านการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิด รวมถึงภรรยาและสมาชิกระดับสูงของพรรคสังคมนิยม ซึ่งบุคคลที่ถูกกล่าวหาต่างปฏิเสธการกระทำผิด

นายกรัฐมนตรีสเปนยังเผชิญเสียงวิจารณ์จากการรับมือวิกฤตการอพยพในเมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ หลังผู้อพยพส่วนใหญ่จากโมร็อกโกหลายหมื่นคนข้ามพรมแดนเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

สถานการณ์บริเวณพรมแดนทางบกระหว่างยุโรปกับแอฟริกาเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้อพยพจำนวนมากยังคงพักอาศัยในค่ายชั่วคราว ขณะที่ประชาชนในพื้นที่จัดการประท้วงเกือบทุกวันเพื่อเรียกร้องให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ด้าน อัลแบร์โต นูเญซ เฟย์โฆ ผู้นำพรรคประชาชน (PP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสายอนุรักษนิยม เรียกร้องให้ซานเชซจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด โดยกล่าวว่าสเปน “ไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว”

ผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมาโดยทั่วไปพบว่า พรรคประชาชนมีคะแนนนิยมเหนือกว่าพรรคสังคมนิยม แต่ยังมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภา และอาจจำเป็นต้องพึ่งพาพรรคว็อกซ์ (Vox) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัดเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ซานเชซกล่าวปกป้องผลงานรัฐบาล โดยชี้ว่าเศรษฐกิจสเปนเติบโตเร็วกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ในยุโรปภายใต้การบริหารของเขา และสเปนยังเป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดทำให้ซานเชซต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยพรรคประชาชนซึ่งปัจจุบันครองจำนวนที่นั่งในรัฐสภามากที่สุด มีแนวโน้มที่จะใช้ประเด็นข้อกล่าวหาทุจริตเป็นแกนหลักในการหาเสียง ขณะที่พรรคสังคมนิยมอาจเน้นประเด็นค่าครองชีพและวิกฤตที่อยู่อาศัย

โอริออล บาร์โตเมอุส ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิสระบาร์เซโลนา มองว่า ประเด็นที่อยู่อาศัยอาจทำให้การเลือกตั้งถูกกำหนดกรอบเป็นการแข่งขันระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา ซึ่งเอื้อต่อการนำเสนอจุดยืนของพรรคสังคมนิยม

ด้านเฟย์โฆกล่าวหลังการประกาศเลือกตั้งว่า ในที่สุดประชาชนชาวสเปนจะเป็นผู้ตัดสิน พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน และเป็นการตัดสินอนาคตของประเทศภายใต้การนำของซานเชซ

ก่อนการเลือกตั้งจะมีขึ้น รัฐบาลยังต้องดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อยุบสภา โดยคณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมในวันจันทร์เพื่อพิจารณาอนุมัติการยุบสภาอย่างเป็นทางการ.


ที่มา Associated Press / AFP