รัสเซียกลับมาเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ในช่วงเช้ามืดวันนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน และเกิดไฟไหม้ในหลายพื้นที่ หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งระงับการโจมตีกรุงเคียฟชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน ขณะทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนรัสเซียและยูเครนเพื่อผลักดันการเจรจาสันติภาพ

ทางการยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากในช่วงข้ามคืนเข้าสู่เช้าวันอังคารที่ 8 กันยายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 คน โดยเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วกรุงเคียฟในช่วงเช้ามืด ขณะที่เกิดไฟไหม้และกลุ่มควันลอยปกคลุมหลายพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากต้องลงไปหลบภัยในชั้นใต้ดินและสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อความปลอดภัย

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียระงับการโจมตีกรุงเคียฟเป็นเวลา 3 วัน ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนกรุงมอสโกและกรุงเคียฟ เพื่อผลักดันความพยายามยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

อันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทันทีที่ทูตสันติภาพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางออกจากยูเครน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่อีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า "ขีปนาวุธนำวิถีของเขาพูดได้ดังกว่าคำพูดเรื่องการทูต"

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีอยู่ที่กรุงเคียฟและภูมิภาคโอเดซาทางตอนใต้ โดยกองกำลังยูเครนสามารถยิงสกัดหรือทำลายขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูก ขีปนาวุธร่อน 31 ลูก และโดรน 142 ลำ ขณะที่พบจุดได้รับความเสียหายจากการโจมตี 29 แห่ง

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้มีความซับซ้อนและดูเหมือนถูกวางแผนมาเพื่อสร้างความเสียหายสูงสุด โดยมีการใช้ทั้งขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธต่อต้านเรือ และโดรนโจมตีแบบชาเฮด เซเลนสกีระบุว่า อาคารที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในกรุงเคียฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายภูมิภาคของยูเครน

ที่เมืองโอเดซา ตลาดแห่งหนึ่งถูกโจมตี ขณะที่เมืองคาร์คิฟมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และอาคารหลายชั้นได้รับความเสียหาย ส่วนในภูมิภาคซูมี รถจักรดีเซลของขบวนรถไฟเส้นทางเคียฟ-ซูมีถูกโจมตีขณะอยู่ที่สถานีรถไฟ ขณะที่ภูมิภาคซาปอริซเซียและดนีโปรเปตรอฟสก์ก็ถูกโจมตีเช่นกัน

หน่วยงานฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนระบุว่า กรุงเคียฟเกิดความเสียหายและไฟไหม้ในอย่างน้อย 5 เขต และฝ่ายบริหารทหารกรุงเคียฟรายงานความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างน้อย 16 จุด

หนึ่งในพื้นที่ได้รับความเสียหายคือเขตโฮโลซีอีฟสกี ซึ่งอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยสูง 26 ชั้นถูกโจมตี และเกิดไฟลุกลามไปยังอาคารอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือประชาชนออกจากพื้นที่ได้หลายราย รวมถึงอพยพผู้พักอาศัยจากอาคารที่พักสูง 16 ชั้น

ในเขตโซโลเมียนสกี ประชาชนติดอยู่ภายในอาคารที่พักอาศัยสูง 5 ชั้น โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้อย่างน้อย 10 คน ขณะที่ยังพบเหตุเพลิงไหม้ในเขตดาร์นิตสกีและโพดิลสกี

วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์เดินทางเยือนกรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ และพบประธานาธิบดีปูติน ก่อนเดินทางต่อมายังกรุงเคียฟเพื่อพบประธานาธิบดีเซเลนสกีเมื่อวันอาทิตย์ ถือเป็นการเยือนยูเครนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทั้งสองคนในความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ที่จะยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีครึ่ง

หลังการหารือ วิตคอฟฟ์กล่าวว่า การเจรจามี “ความคืบหน้าอย่างเป็นสาระสำคัญ” และแสดงความหวังว่าอาจสามารถรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพแบบ 3 ฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนได้อีกครั้ง เขาระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อยุติการนองเลือดและผลักดันให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน

ด้านทำเนียบเครมลินระบุว่า รัสเซียไม่ได้ปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเปิดการเจรจา 3 ฝ่ายอีกครั้ง แต่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะระบุสถานที่หรือกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการเจรจา

เซเลนสกีให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ กำลังผลักดันให้ทุกฝ่ายลดระดับความรุนแรงของความขัดแย้ง ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวที่ยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากรัสเซียมักโจมตีโครงข่ายพลังงานของยูเครนในช่วงฤดูหนาว นับตั้งแต่เริ่มบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนต้องเผชิญปัญหาไฟฟ้าและระบบทำความร้อนในช่วงอุณหภูมิอาจลดต่ำถึงติดลบ 20 องศาเซลเซียส

เซเลนสกีเปิดเผยว่า การหารือช่วงสุดสัปดาห์ยังครอบคลุมข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การขนส่งธัญพืช รวมถึงการส่งออกน้ำมันและก๊าซ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของตุรกีเกี่ยวกับการพักรบสำหรับการโจมตีในทะเลดำ โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าว "ไม่สมจริง" และ "ไม่สามารถตรวจสอบได้".


ที่มา Reuters / Associated Press / AFP