เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างรุนแรงบริเวณพื้นที่ตอนเหนือของเนปาล ใกล้พรมแดนทิเบต กวาดหมู่บ้าน สะพาน และเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเสียหายหนัก เบื้องต้นยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ราย และมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ขณะที่กระแสน้ำป่าล้นทะลักข้ามพรมแดนเข้าสู่ทิเบต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายฝั่งจีนหลายราย

เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเนปาล เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (26 ส.ค.) ส่งผลให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดทำลายหมู่บ้าน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในเขตราสูวา ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ และติดกับเขตปกครองทิเบตของจีน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกหลายราย และเกรงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ และระดับน้ำในแม่น้ำยังสูงจนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยไม่สามารถลงจอดได้

นเรนทรา ปริยาร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตราสูวา ระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินความเสียหายทั้งหมด แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ โภเต โกชี รีบอพยพขึ้นสู่พื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

แม่น้ำโภเต โกชีมีต้นกำเนิดจากเขตทิเบตของจีน ก่อนจะไหลเข้าสู่เนปาลและเชื่อมต่อกับแม่น้ำตรีศูลี ซึ่งไหลต่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย โดยพื้นที่ประสบภัยยังเป็นเส้นทางการค้าสำคัญระหว่างเนปาลกับจีน

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า น้ำป่าไหลหลากอาจเกี่ยวข้องกับหิมะที่ละลายอย่างรวดเร็ว และไหลลงสู่แม่น้ำโภเต โกชี อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุได้อย่างแน่ชัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่าเขตพื้นที่ปลายน้ำหลายแห่งอยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับสูง

ผู้ประสบเหตุรายหนึ่งเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยได้ยินเสียงดังคล้ายภูเขาไฟระเบิด ก่อนที่ผู้คนจะพากันกรีดร้องและวิ่งหนีออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วอย่างน้อย 12 คน ขณะที่หน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติของเนปาลระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทีมกู้ภัยเข้าค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ด้านนายกรัฐมนตรีบาเลนทรา ชาห์ ของเนปาล กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มและริมแม่น้ำไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกำชับให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ตำรวจติดอาวุธ 13 นาย ซึ่งประจำการอยู่ในจุดปฏิบัติการ 2 แห่งในเขตราสูวา ยังสูญหาย และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายสิบคนที่อยู่ในพื้นที่ได้

เหตุการณ์ยังส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยกระทรวงพลังงานเนปาลระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 430 เมกะวัตต์ ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ คิดเป็นมากกว่า 12% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งหมดของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.2 กิกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง รวมถึงถนนและสะพานได้รับความเสียหาย ขณะที่เส้นทางการค้าระหว่างเนปาลกับจีนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ด้านสื่อทางการจีนรายงานว่า ดินโคลนถล่มจากฝั่งเนปาลส่งผลกระทบต่อ ท่าเรือจีหรง ในเขตทิเบตของจีน ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนและศูนย์กลางการค้าสำคัญระหว่างจีนกับเนปาล สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานว่า เหตุดินโคลนถล่มฝั่งเนปาลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและมีผู้สูญหาย ที่บริเวณท่าเรือจีหลง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สั่งการให้ระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้เร่งรักษาผู้บาดเจ็บ ลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด และเพิ่มการติดตามสถานการณ์ ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และมาตรการป้องกันภัยพิบัติซ้ำซ้อน

ภาพที่เผยแพร่โดยสื่อจีน ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องโดยอิสระได้ แสดงให้เห็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดกิ่งไม้และเศษซากต่าง ๆ ไปตามถนนที่ถูกน้ำท่วม

เขตราสูวาเคยเผชิญน้ำท่วมรุนแรงจากแม่น้ำโภเต โกชีเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 9 ราย และสูญหาย 24 ราย อีกทั้งน้ำยังพัดสะพานมิตรภาพซึ่งเชื่อมเนปาลกับจีนเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการค้าและการขนส่งระหว่างสองประเทศเป็นเวลาหลายเดือน

รายงานระบุว่า น้ำท่วมครั้งดังกล่าวเกิดจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบธารน้ำแข็งเหนือผิวธารน้ำแข็ง ในเขตทิเบต

เจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในวันพุธครั้งนี้อาจมีความรุนแรงมากกว่าน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป และทางการเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังและอพยพไปยังพื้นที่สูงทันทีหากสถานการณ์เลวร้ายลง.


ที่มา Reuters / BBC / The Indian Express